digitalmore.co
10 subscribers
7 files
210K links
Download Telegram
Apple เตรียมเปิดตัว macOS 27 ใน WWDC 2026 พร้อม Siri อัจฉริยะและรองรับจอสัมผัส

https://ift.tt/XtPJU83

macOS 27Apple จะเปิดตัว macOS 27 ในงาน WWDC 2026 พร้อม Siri ที่ชาญฉลาดขึ้น, การรองรับจอสัมผัส, และการปรับปรุงประสิทธิภาพ เตรียมสัมผัสประสบการณ์ใหม่บน Mac ในเดือนกันยายน
OpenAI Codex เพิ่มฟีเจอร์ ‘Codex Pets’ สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงสุดน่ารักบน Mac

https://ift.tt/LyUpxrY

Codex PetsCodex PetsOpenAI สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Codex บน Mac ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดอย่าง Codex Pets สัตว์เลี้ยงเสมือนจริงสไตล์ Tamagotchi ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความน่ารักและสีสันให้กับการทำงานของคุณเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่คอยแจ้งสถานะการทำงานของ AI อยู่เบื้องหลังอีกด้วย นี่คือการพัฒนาที่ทำให้ Codex ก้าวไปอีกขั้นจากเครื่องมือทำงานสู่เพื่อนคู่ใจบนเดสก์ท็อปCodex Pets: เพื่อนคู่คิด AI ที่มีชีวิตชีวาCodex Pets คือฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อมอบความสนุกสนานและประสบการณ์ที่น่าสนใจให้กับผู้ใช้งาน โดยคุณสามารถเรียกใช้งานหรือซ่อนเจ้าสัตว์เลี้ยงดิจิทัลเหล่านี้ได้ง่ายๆ เพียงพิมพ์คำสั่ง “/pet” พวกมันจะปรากฏตัวขึ้นมาโลดแล่นอยู่บนหน้าจอ Mac ของคุณคล้ายกับฟีเจอร์ Dynamic Island ของ Apple โดยมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารสถานะต่างๆ ที่แอป Codex กำลังประมวลผลอยู่เบื้องหลัง ทำให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวของ AI คู่ใจจุดเด่นที่ทำให้ Codex Pets แตกต่างคือ:เป็นมิตรและน่ารัก: สัตว์เลี้ยงเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาให้มีคาแรคเตอร์ที่ขี้เล่น น่ารัก และเป็นกันเอง ช่วยลดความตึงเครียดในการทำงาน และเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้ใช้งานแจ้งสถานะการทำงาน: พวกมันทำหน้าที่เสมือนผู้สื่อสารส่วนตัว คอยบอกใบ้ว่า Codex กำลังทำอะไรอยู่ ทำให้ผู้ใช้งานเข้าใจกระบวนการทำงานของ AI มากขึ้นสร้างสรรค์สัตว์เลี้ยงของคุณเอง: ผู้ใช้งานยังสามารถสร้างสรรค์สัตว์เลี้ยงในแบบฉบับของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครแบบไหน ก็สามารถนำมาเป็นเพื่อนคู่ใจใน Codex ได้ทั้งหมดตัวอย่างเช่น “Lil Finder Guy” หนึ่งในสัตว์เลี้ยงดิจิทัล ที่ปรากฏตัวอยู่เหนือไอคอน Finder พร้อมกับข้อความที่สร้างแรงบันดาลใจ “Here’s to the tiny ones. The square pegs in the dock. The blue-and-white dreamers. The little helpers who wave, wobble, nap, and somehow make the work feel lighter. Here’s to Codex pets.” สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ OpenAI ที่ต้องการให้เจ้าสัตว์เลี้ยงตัวจิ๋วเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่ฟีเจอร์ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของคุณเบาลงและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเสริมประสบการณ์การใช้งาน AI ให้เข้าถึงง่ายและสนุกยิ่งขึ้นการเพิ่มฟีเจอร์ Codex Pets เข้ามาในแอปพลิเคชัน Codex ถือเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของ OpenAI ที่ต้องการทำให้เทคโนโลยี AI ที่ซับซ้อน กลายเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่ายและน่าใช้งานมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเพื่อนคู่หูดิจิทัลเสมือนจริง ฟีเจอร์นี้อาจเป็นแรงจูงใจใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้คนหันมาทดลองใช้ Codex มากขึ้น แม้ว่าเป้าหมายหลักจะเพื่อความบันเทิง แต่ก็สามารถนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไม่คาดคิดนอกเหนือจากความน่ารักแล้ว การสื่อสารสถานะการทำงานของ AI ผ่านตัวละครเหล่านี้ยังช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับ AI ในรูปแบบใหม่ ทำให้รู้สึกว่ากำลังทำงานร่วมกับสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เพียงแค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของ AI Agent สู่การเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่มี ‘บุคลิก’ และ ‘เสน่ห์’ เฉพาะตัวความเห็นจากบรรณาธิการ: เมื่อ AI ผสานความน่ารักและประโยชน์ในฐานะบรรณาธิการ ผมมองว่าการที่ OpenAI เลือกเพิ่มฟีเจอร์อย่าง Codex Pets เข้ามาในแอปพลิเคชัน ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและน่าสนใจอย่างยิ่งในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเรา การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีขั้นสูงกับการสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่ายเช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยดึงดูดผู้ใช้งานกลุ่มใหม่ๆ เท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ใช้งานเดิมรู้สึกผูกพันกับผลิตภัณฑ์มากขึ้นด้วยเจ้าสัตว์เลี้ยงตัวน้อยเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า นวัตกรรมไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นแต่เรื่องประสิทธิภาพสูงสุดเสมอไป แต่ยังสามารถเติมเต็มความสุขและแรงบันดาลใจเล็กๆ น้อยๆ ในการทำงานได้ การที่ AI สามารถสื่อสารกับเราในรูปแบบที่ ‘เป็นมิตร’ และ ‘น่ารัก’ มากขึ้น ย่อมส่งผลดีต่อการยอมรับและการใช้งาน AI ในวงกว้าง นี่คือการก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่มาพร้อมรอยยิ้มครับที่มา: 9to5mac.com
Apple หยุดขาย Mac mini รุ่น 256GB ดันราคาเริ่มต้นพุ่งเป็น $799 ทั่วโลก

https://ift.tt/sCKnbOZ

Mac miniApple ประกาศหยุดจำหน่าย Mac mini รุ่นความจุ 256GB ทั่วโลก ส่งผลให้ราคาเริ่มต้น Mac mini สูงขึ้นเป็น $799 พร้อมชิป M4 และ 512GB.
แอปเปิลกล่าวหา CCI ใช้อำนาจเกินขอบเขตในคดีผูกขาด App Store หลังถูกขู่ปรับมหาศาล

https://ift.tt/TBVhfZp

Apple คดีผูกขาดApple คดีผูกขาดสถานการณ์ความขัดแย้งด้านกฎหมายระหว่าง Apple และหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของอินเดีย (Competition Commission of India – CCI) กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ล่าสุด Apple ได้ยื่นฟ้องต่อศาล โดยกล่าวหาว่า CCI ใช้อำนาจเกินขอบเขตในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ Apple คดีผูกขาด App Store ในประเทศอินเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกปรับเงินสูงถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.4 ล้านล้านบาท) หากเป็นไปตามการคำนวณของกฎหมายใหม่ต้นตอคดี Apple คดีผูกขาด: ค่าปรับระดับโลกและกฎหมายปี 2024คดีผูกขาดนี้ดำเนินมาหลายปี โดย CCI กล่าวหา Apple ว่าใช้อำนาจเหนือตลาด App Store ในทางที่มิชอบ ซึ่ง Apple ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด จุดชนวนสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นคือวิธีการคำนวณค่าปรับภายใต้กฎหมายการแข่งขันฉบับปรับปรุงใหม่ของอินเดียเมื่อปี 2024 ที่ระบุว่าค่าปรับสามารถคำนวณจากรายได้ทั่วโลกของบริษัท (global turnover) แทนที่จะเป็นเพียงรายได้ภายในประเทศเท่านั้นApple โต้แย้งว่าการคำนวณเช่นนี้อาจส่งผลให้บริษัทต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่ง Apple ได้อธิบายว่าเป็นจำนวนเงินที่ “ไม่สมเหตุสมผลอย่างชัดเจน ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่ได้สัดส่วนอย่างยิ่ง และไม่เป็นธรรม” ด้วยเหตุนี้ Apple จึงได้ท้าทายกรอบการคำนวณค่าปรับนี้มาโดยตลอด และได้ยื่นต่อศาลสูงเดลี (Delhi High Court) ให้ประกาศว่ากฎหมายปี 2024 นั้นขัดต่อกฎหมายเมื่อ CCI ยื่นคำขาด: Apple โต้กลับด้วยข้อหาเกินอำนาจตุลาการการโต้ตอบไปมาและการที่ Apple ขอขยายเวลาในการดำเนินการหลายครั้ง ทำให้ CCI เริ่มหมดความอดทน ก่อนหน้านี้ CCI ได้ยื่นคำสั่งลับ โดยกล่าวหา Apple ว่าพยายามถ่วงเวลาการพิจารณาคดีต่อต้านการผูกขาด และขู่ว่าจะดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านมาเกือบสี่เดือน สถานการณ์ดูเหมือนจะยังไม่เปลี่ยนแปลงไปมากนักเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา CCI ได้ออกคำขาด โดยเรียกร้องให้ Apple เปิดเผยข้อมูลทางการเงินทั้งหมด และกำหนดวันพิจารณาคดีครั้งสุดท้ายในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ เพื่อตอบโต้คำขาดดังกล่าว Apple จึงได้ยื่นฟ้องศาลเมื่อวันที่ 24 เมษายนที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า CCI ใช้อำนาจตุลาการเกินขอบเขตในการร้องขอเอกสารดังกล่าว และการที่ CCI กำหนดวันพิจารณาคดีขั้นสุดท้ายนั้น “ถือเป็นการยกระดับความพยายามที่จะแย่งชิงอำนาจของศาล” ตามที่ Apple ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อศาลApple ได้เรียกร้องให้ศาลสูงเดลีเข้าแทรกแซงอย่างเร่งด่วนเพื่อระงับเรื่องนี้ไว้ก่อน โดยขอให้ศาลพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 15 พฤษภาคม ทางสำนักข่าว Reuters ได้พยายามติดต่อ Apple และ CCI เพื่อขอความเห็น แต่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ตอบกลับ ณ เวลาที่เผยแพร่รายงานสรุปและมุมมองของบรรณาธิการคดี Apple คดีผูกขาด ในอินเดียนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของอำนาจเหนือตลาด แต่เป็นศึกใหญ่ที่เดิมพันด้วยกฎหมายและหลักการในการกำกับดูแลบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ ประเด็นเรื่องค่าปรับที่อิงกับ “รายได้ทั่วโลก” เป็นสิ่งที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่งจับตา เพราะมันสามารถสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่ส่งผลกระทบมหาศาลต่อการดำเนินธุรกิจในหลายประเทศได้การที่ Apple ยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหา และเดินหน้าโต้แย้งในเชิงกฎหมายอย่างหนักหน่วง สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ยังรวมถึงอิทธิพลต่อโมเดลธุรกิจของ App Store ทั่วโลกด้วย หากศาลสูงเดลีมีคำสั่งให้ระงับการดำเนินการของ CCI ชั่วคราว ก็จะเป็นชัยชนะเล็กๆ ของ Apple ในยกนี้ แต่สงครามใหญ่ในเรื่องการแข่งขันและกฎหมายยังคงดำเนินต่อไปอย่างแน่นอนที่มา: 9to5mac.com
เปิดลายแทง 10 ย่านน่าเที่ยวในยุโรป สัมผัสเสน่ห์ที่ซ่อนเร้นห่างไกลนักท่องเที่ยว

https://ift.tt/jvDXNMG

ย่านน่าเที่ยวในยุโรปในยุคที่การท่องเที่ยวกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครหลายคน การค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากแลนด์มาร์กยอดนิยมย่อมเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นเสมอ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปสำรวจ 10 ย่านน่าเที่ยวในยุโรป ที่อาจยัง… อ่านเพิ่ม
MacRumors Show ไขข้อข้องใจแฟนคลับ: ทิศทางและอนาคตผลิตภัณฑ์ Apple ที่น่าจับตา

https://ift.tt/SspxRLb

อนาคต Appleรายการ MacRumors Show สัปดาห์นี้ตอบคำถามแฟนๆ เกี่ยวกับทิศทางและอนาคตผลิตภัณฑ์ Apple ทั้ง iPhone Air, iPhone จอพับได้, iPad, MacBook และ Apple Vision Pro รวมถึงซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ ที่น่าจับตาในอนาคต
AI หลอน: ทำไมปัญญาประดิษฐ์จึงชอบสร้างเรื่องและคำแปลกๆ ขึ้นมาเอง?

https://ift.tt/qZfSvMo

AI หลอนAI หลอน สร้างคำแปลกๆ ในสรุปข้อความ? ทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่ AI กุเรื่องขึ้นมาเอง และผลกระทบต่อการรับข้อมูลของเรา.
WhatsApp เร่งอัปเดต ดีไซน์ Liquid Glass ขยายสู่หน้าแชท พร้อมลูกเล่นใหม่

https://ift.tt/3sSrDMm

ดีไซน์ Liquid Glassดีไซน์ Liquid Glassการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญกำลังคืบคลานเข้ามาในโลกของแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมอย่าง WhatsApp เมื่อ Meta ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการนำ ดีไซน์ Liquid Glass ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Apple มาปรับใช้กับอินเทอร์เฟซผู้ใช้ ล่าสุดมีรายงานว่าการปรับปรุงครั้งใหญ่นี้กำลังจะขยายไปสู่หน้าจอแชททั้งหมด ซึ่งเป็นส่วนที่ผู้ใช้งานเข้าถึงบ่อยที่สุด สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับผู้ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงนี้มาอย่างยาวนานการเดินทางของดีไซน์ Liquid Glass สู่ WhatsAppย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว WhatsApp เริ่มทดสอบการปรับใช้ ดีไซน์ Liquid Glass ในส่วนแรก ๆ ของแอปฯ เช่น แถบนำทางด้านล่างและองค์ประกอบบางส่วนในแท็บ ‘แชท’ (Chats) แม้ว่า WABetaInfo จะเคยรายงานเมื่อต้นเดือนตุลาคม 2025 ว่าดีไซน์ใหม่นี้เริ่มทยอยเปิดให้ผู้ใช้งานบางส่วนแล้ว (ในเวอร์ชัน WhatsApp for iOS 25.28.75) แต่ดูเหมือนว่าการดำเนินการจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า ผู้ใช้งานส่วนใหญ่จึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอย่างไรก็ตาม Meta ก็ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและขยาย ดีไซน์ Liquid Glass นี้ต่อไปใน WhatsApp เวอร์ชันเบต้าที่เปิดให้ทดสอบผ่าน TestFlight โดยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ส่วนเล่นข้อความเสียง (voice message player) ก็ได้รับการอัปเดตด้วยรูปลักษณ์ใหม่นี้ไปแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทที่จะนำดีไซน์ที่ทันสมัยและสวยงามมาสู่แอปฯ อย่างครบวงจรเผยโฉมฟีเจอร์ใหม่ในหน้าจอแชทโฉมใหม่ล่าสุด WABetaInfo แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้รายงานว่า Meta กำลังทำงานเพื่อนำ ดีไซน์ Liquid Glass มาสู่หน้าจอแชททั้งหมด แม้ว่าการปรับปรุงนี้จะยังไม่เปิดให้ผู้ทดสอบเบต้าได้ใช้งาน แต่ WABetaInfo ก็สามารถเปิดใช้งานอินเทอร์เฟซใหม่นี้ได้ และได้เผยให้เห็นถึงองค์ประกอบที่น่าสนใจดังนี้:แถบแชทแบบลอย (Floating Chat Bar): แถบสำหรับพิมพ์ข้อความที่แยกตัวออกมาอย่างอิสระ ทำให้ดูทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้นแถบนำทางกึ่งโปร่งใส (Semi-Transparent Navigation Bar): มาพร้อมเอฟเฟกต์ความลึก เงา และการเบลออย่างละเมียดละไม (subtle depth, shadow, and blur effects) ทำให้หน้าจอมีมิติและดูพรีเมียมมากยิ่งขึ้นการเปิดเผยในครั้งนี้ยิ่งเพิ่มความคาดหวังให้กับผู้ใช้งาน WhatsApp ที่รู้สึกหงุดหงิดกับการเข้าถึงดีไซน์ใหม่ที่ล่าช้า แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่า Meta ไม่ได้หยุดพัฒนา และอาจจะชะลอการเปิดตัวในวงกว้างออกไปจนกว่าองค์ประกอบส่วนอื่น ๆ ของแอปพลิเคชันจะได้รับการอัปเดตให้สอดคล้องกับ ดีไซน์ Liquid Glass อย่างสมบูรณ์สรุปส่งท้ายและมุมมองจากบรรณาธิการในฐานะบรรณาธิการ ผมมองว่าการที่ Meta พัฒนา ดีไซน์ Liquid Glass อย่างต่อเนื่องนี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในประสบการณ์ผู้ใช้งาน แม้ว่าการเปิดตัวจะช้ากว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ แต่การค่อยๆ ปรับปรุงให้ทุกส่วนของแอปฯ มีความกลมกลืนกันก่อน อาจเป็นแนวทางที่ชาญฉลาด เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและสมบูรณ์ที่สุดเมื่อการเปลี่ยนแปลงมาถึงอย่างเต็มรูปแบบอย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ยังเป็นเพียงฟีเจอร์ที่พบในโค้ดและยังไม่เปิดให้ทดสอบในวงกว้าง จึงยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเมื่อใดที่เราจะได้เห็นดีไซน์ Liquid Glass บนหน้าจอแชทจริง ๆ แต่เชื่อได้เลยว่าเมื่อถึงเวลานั้น WhatsApp จะดูสดใหม่และน่าใช้งานยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนที่มา: 9to5mac.com
MacBook Neo แรงเกินคาด Apple รับมือความต้องการสูงไม่ทันจนสินค้าขาดตลาด

https://ift.tt/NnkK5Gq

MacBook NeoTim Cook CEO Apple เผยความต้องการ MacBook Neo พุ่งสูงเกินความคาดหมายจนสินค้าขาดตลาด พร้อมทำสถิติผู้ใช้ Mac รายใหม่สูงสุด
Eddy Cue ผู้บริหาร Apple เผยแผนบุก F1 เต็มตัว ทั้งหนังภาคต่อและการขยายสิทธิ์สตรีมมิ่งทั่วโลก

https://ift.tt/9ED5hTl

Apple F1Apple F1Eddy Cue, SVP ฝ่ายบริการและสุขภาพของ Apple ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่งาน Miami Grand Prix โดยเน้นย้ำถึงบทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Apple F1 ในวงการมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งรวมถึงแผนการสำหรับภาคต่อของภาพยนตร์ ‘F1: The Movie’ และความทะเยอทะยานในการขยายสิทธิ์การสตรีมมิ่งการแข่งขันไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังเผยถึงความหลงใหลใน F1 ของ John Ternus ผู้บริหารระดับสูงอีกท่าน ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนความร่วมมือครั้งนี้Apple กับอนาคตของ F1: The Movie และสิทธิ์สตรีมมิ่งทั่วโลกEddy Cue แสดงความคาดหวังและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นภาคต่อของภาพยนตร์ ‘F1: The Movie’ ซึ่งข่าวนี้สอดคล้องกับที่ Jerry Bruckheimer โปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เคยให้สัมภาษณ์กับ BBC เมื่อสองเดือนก่อนว่าภาคต่อของภาพยนตร์เจ้าของรางวัล Academy Award ของ Apple กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิตอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน Cue เองก็ได้จุดประเด็นนี้ขึ้นมาระหว่างงานแถลงข่าว Apple TV โดยมี Stefano Domenicali ซีอีโอของ F1 ร่วมเวทีด้วย ซึ่งก็ได้รับคำตอบให้ “รอติดตามชม” จาก Domenicaliนอกจากนี้ Cue ยังกล่าวถึงความหวังของ Apple ในการขยายสิทธิ์การสตรีมมิ่งการแข่งขัน F1 ไปทั่วโลก โดยระบุว่า “การแข่งขันกีฬานี้ไม่ได้มีการอนุญาตให้สตรีมมิ่งได้ทั่วโลก” และเสริมว่า “แน่นอนว่าผมหวังว่าเราจะสามารถเติบโตไปสู่พื้นที่และตลาดอื่นๆ ได้ แต่การเริ่มต้นในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับเรา และสามารถสร้างฐานจากตรงนั้น ถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังให้ความสำคัญอยู่ในขณะนี้ วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับเราในการเติบโตอย่างต่อเนื่องคือการทำให้แน่ใจว่าเราประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล และแน่นอนว่ามันคงจะยอดเยี่ยมมากถ้าได้ขยายออกไป” นี่แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ของ Apple ในการสร้างฐานที่แข็งแกร่งก่อนที่จะก้าวไปสู่ระดับสากลเบื้องหลังความคลั่งไคล้: John Ternus กับบทบาทสำคัญใน F1หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจคือ Cue ได้กล่าวถึงความรักในกีฬามอเตอร์สปอร์ตของ John Ternus ผู้บริหารระดับสูงของ Apple โดยระบุว่า Ternus มีความสนใจในกีฬา Apple F1 มากกว่า Tim Cook ซีอีโอคนปัจจุบันเสียอีก “จอห์นขับรถปอร์เช่ และเข้าร่วมการแข่งขันมือสมัครเล่นด้วยซ้ำ” Cue อธิบาย “จริงๆ แล้วเขาควรจะมาที่นี่ในสุดสัปดาห์นี้ แต่เขาอยู่ที่ Laguna Seca ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าเขาจะเข้าร่วมชมการแข่งขันมากกว่าทิมเสียอีก เขาเป็นแฟนตัวยงของ F1 และเขาทราบเรื่องนี้ดี เขาให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ คุณจะยังคงเห็นการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเขาต่อไป” สิ่งนี้ตอกย้ำถึงการสนับสนุนจากภายในองค์กรระดับสูงต่อการลงทุนใน F1 ของ AppleApple ทุ่มสุดตัวใน Miami Grand Prixเพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่น Apple ได้ลงทุนอย่างมากในงาน Miami Grand Prix ด้วยการนำเสนอประสบการณ์ 3D สุดพิเศษใน Apple Maps และการเข้าควบคุมหน้าแรกของเว็บไซต์เพื่อโปรโมตงานนี้สำหรับสมาชิก Apple TV ในสหรัฐฯ สามารถรับชมการแข่งขันได้ในวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม เวลา 16.00 น. ET โดยรอบสปรินต์และรอบคัดเลือกจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม เวลา 12.00 น. ET และ 16.00 น. ET ตามลำดับ ทั้งนี้ Apple TV มีค่าบริการ 12.99 ดอลลาร์ต่อเดือน และมีรายการทีวีและภาพยนตร์ชื่อดังมากมาย เช่น Severance, The Studio, The Morning Show, Shrinking และ Siloบทสรุปจากมุมมองของบรรณาธิการการเคลื่อนไหวของ Apple ในวงการ F1 ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงทุนทางธุรกิจ แต่เป็นการผสานรวมความบันเทิงเข้ากับเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาด Eddy Cue กำลังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ Apple เป็นมากกว่าแค่บริษัทเทคโนโลยี แต่เป็นผู้เล่นคนสำคัญในโลกของคอนเทนต์กีฬาและภาพยนตร์ การผลักดันภาคต่อของ ‘F1: The Movie’ และความพยายามในการขยายสิทธิ์สตรีมมิ่งทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพมหาศาลในการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมใหม่ๆ และการมี John Ternus ผู้บริหารระดับสูงที่มีใจรักใน F1 อย่างแท้จริง ก็ยิ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า Apple จะทุ่มเทให้กับกีฬาชนิดนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจังในระยะยาว นับเป็นการเดิมพันที่น่าจับตาในโลกแห่งความเร็วและนวัตกรรม.ที่มา: 9to5mac.com
Apple ชื่นชม Perplexity Personal Computer แพลตฟอร์ม AI อัจฉริยะบน Mac พร้อมเผยรายละเอียดเจาะลึก

https://ift.tt/1GhIwHj

Perplexity Personal ComputerPerplexity Personal Computerในรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ผ่านมา Apple ได้สร้างความฮือฮาด้วยการกล่าวถึง Perplexity ซึ่งเป็นบริษัทที่กำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม AI สำหรับ Mac โดยเฉพาะภายใต้ชื่อ Perplexity Personal Computer สะท้อนถึงการเติบโตของ Mac ในฐานะแพลตฟอร์มหลักสำหรับการพัฒนา AI ระดับองค์กร วันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงความสามารถและเบื้องหลังของแพลตฟอร์ม AI ที่กำลังสร้างแรงกระเพื่อมนี้Perplexity Personal Computer: AI ส่วนตัวอัจฉริยะสำหรับ MacPerplexity ได้เปิดตัว Personal Computer ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อทำงานบน Mac โดยเฉพาะ โดยมี Mac mini เป็นอุปกรณ์ที่แนะนำเพื่อให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพสูงสุด แต่ก็สามารถรันบน Mac รุ่นอื่นๆ ได้เช่นกัน Personal Computer ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถทำงานได้ทั้งในสภาพแวดล้อมบนอุปกรณ์ (local) และบนคลาวด์ (cloud) ไปพร้อมกันการทำงานข้ามแพลตฟอร์ม: รองรับการทำงานแบบ Multi-model orchestration ที่ประสานงานกับไฟล์ในเครื่อง แอปพลิเคชัน และข้อมูลจากเว็บทั้งหมดในระบบเดียวทำงานตลอด 24 ชั่วโมง: เมื่อรันบน Mac mini แพลตฟอร์มนี้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้ผู้ใช้สามารถเริ่มต้นงานจากโทรศัพท์และกลับมาพบว่างานนั้นสำเร็จลุล่วงแล้วบน Macผสานรวมทั้ง Local และ Cloud: จุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการทำงานข้ามผ่านทั้งสภาพแวดล้อมภายในเครื่องและบนคลาวด์ ไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่หน้าต่างแชทหรือ Virtual Machine แยกต่างหาก ซึ่ง Perplexity ระบุว่าเป็นการต่อยอดประสบการณ์ Continuity ที่ผู้ใช้ Apple คาดหวังว่าจะสามารถทำงานได้ทุกที่การยกย่องจาก Apple และความสำเร็จที่เหนือคาดKevan Parekh ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Apple ได้กล่าวถึง Personal Computer ในการประชุมรายงานผลประกอบการ โดยยกย่องว่าเป็นตัวอย่างของนักพัฒนา AI ชั้นนำที่เลือกใช้ Mac เป็นแพลตฟอร์มหลักในการสร้าง AI ผู้ช่วยระดับองค์กร (enterprise-grade AI assistants) ที่ขับเคลื่อน Autonomous Agents และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในสถานที่ทำงานคำกล่าวนี้ตอกย้ำถึงประสิทธิภาพของ Apple Silicon และสถาปัตยกรรมหน่วยความจำแบบ Unified Memory ที่ทรงพลัง ซึ่งดึงดูดนักพัฒนา AI ให้มาใช้ Mac เป็นเครื่องมือหลัก ความสำเร็จของแพลตฟอร์มตัวแทนอย่าง Perplexity Personal Computer ส่งผลให้ Mac mini และ Mac Studio มียอดขายหมดเกลี้ยงในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่ง Apple ยืนยันว่าสินค้าจะยังคงขาดตลาดไปอีกหลายเดือนAravind Srinivas ซีอีโอของ Perplexity ได้เปิดเผยว่านับตั้งแต่เปิดตัว Personal Computer ได้สร้างมูลค่าเทียบเท่าแรงงาน (labor-equivalent work) ไปแล้วกว่า 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับสมาชิกแพ็กเกจ Pro, Max และ Enterprise ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งฟีเจอร์ใหม่สำหรับองค์กรและการทำงานร่วมกันPerplexity ยังได้ประกาศอัปเดต Personal Computer สำหรับภาคธุรกิจและองค์กรเพิ่มเติมอีกหลายรายการ เพื่อยกระดับความสามารถในการทำงานร่วมกับเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่หลากหลายMicrosoft Teams: เพิ่มการรองรับการทำงานร่วมกับ Microsoft Teams โดยตรงExcel Integration: เปิดตัวการผสานรวมกับ Microsoft Excel แบบ Native (อยู่ในช่วงเบต้า)Workflows: ฟีเจอร์ใหม่สำหรับสร้าง Workflow เพื่อจัดการงานที่ต้องทำซ้ำๆData Connectors: เพิ่มการเชื่อมต่อข้อมูลที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับ Snowflake และ Databricks1Password Partnership: จับมือกับ 1Password เพื่อให้ Personal Computer สามารถทำงานภายในเครื่องมือที่ต้องมีการยืนยันตัวตนได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลรับรองของผู้ใช้ (user credentials) ให้กับโมเดล AIมุมมองบรรณาธิการ: ก้าวใหม่ของ AI บน Macการที่ Apple ออกมากล่าวถึง Perplexity Personal Computer อย่างเปิดเผย ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าบริษัทให้ความสำคัญกับศักยภาพของ AI Agents บนแพลตฟอร์ม Mac อย่างจริงจัง แพลตฟอร์มนี้แสดงให้เห็นถึงทิศทางของ AI ที่ไม่ใช่แค่เพียง chatbot แต่เป็นการบูรณาการ AI เข้ากับการทำงานในชีวิตประจำวันและองค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ โดยใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์อันทรงพลังของ Apple Silicon และความต่อเนื่องของระบบนิเวศ Apple ผมมองว่านี่คือก้าวสำคัญที่จะทำให้ Mac ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือสร้างสรรค์ แต่เป็นศูนย์กลางของ AI ส่วนตัวและ AI องค์กร ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของเราในอนาคตอันใกล้ และน่าจะเห็นนวัตกรรม AI บน Mac เพิ่มขึ้นอีกมากที่มา: 9to5mac.com
Apple Intelligence สร้างคำใหม่ขึ้นมาเองในสรุปการแจ้งเตือน

https://ift.tt/kfeMOHr

Apple Intelligence สร้างคำแม้ว่าปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะก้าวหน้าไปไกลเพียงใด แต่ปัญหากวนใจอย่าง “การหลอน” หรือการสร้างข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงขึ้นมาเอง ก็ยังคงเป็นจุดอ่อนที่ AI ทุกตัวต้องเผชิญ ล่าสุดมีรายงานว่า Apple… อ่านเพิ่ม
“Date My Mate” อีเวนต์หาคู่รูปแบบใหม่ที่ให้เพื่อนช่วยพรีเซนต์ กำลังฮิตในอังกฤษ

https://ift.tt/H0UfNWK

อีเวนต์หาคู่ในยุคที่การปัดซ้ายขวาบนแอปพลิเคชันหาคู่กลายเป็นเรื่องที่หลายคนเบื่อหน่าย และรู้สึกว่าการเชื่อมต่อที่แท้จริงหาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดกระแสการกลับสู่การหาคู่แบบออฟไลน์ที่เน้นปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์… อ่านเพิ่ม
สมาร์ทโฮมไร้ฮับ: สร้างบ้านอัจฉริยะง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งฮับกลางอีกต่อไป

https://ift.tt/0XYzWNC

สมาร์ทโฮมไร้ฮับเรียนรู้การสร้างสมาร์ทโฮมไร้ฮับที่น่าเชื่อถือและประหยัดงบประมาณ ด้วยแพลตฟอร์มหลักอย่าง Alexa, Google Home และ Matter เพื่อการควบคุมที่ง่ายดายและมีประสิทธิภาพ
ลำโพง Sony LinkBuds ลดราคาครั้งใหญ่ เหลือเพียง 98 ดอลลาร์ ถูกสุดในประวัติศาสตร์

https://ift.tt/gy4Ts9n

ลำโพง Sony LinkBudsสำหรับใครที่กำลังมองหาลำโพงพกพาคุณภาพดีจากแบรนด์ดัง วันนี้มีข่าวดีจาก Sony ครับ เมื่อ ลำโพง Sony LinkBuds Wireless Portable Bluetooth Speaker ได้ลดราคาลงมาเหลือเพียง 98 ดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 3,xxx… อ่านเพิ่ม
This Day แอปใหม่ช่วยคุณ จัดระเบียบรูปภาพ เก่าบน iPhone/iPad ลดภาระการจัดเก็บ

https://ift.tt/LvxtEJM

จัดระเบียบรูปภาพจัดระเบียบรูปภาพในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลา คลังรูปภาพของเราจึงเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนบางครั้งอาจมีรูปภาพสะสมเป็นหมื่นเป็นแสนรูปตลอดหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาพื้นที่จัดเก็บเต็ม โดยเฉพาะเมื่อต้องจ่ายค่า iCloud จึงกลายเป็นเรื่องกวนใจ แต่การจะนั่งไล่ลบรูปภาพทั้งหมดก็ไม่ใช่เรื่องง่าย This Day คือแอปพลิเคชันที่เข้ามาช่วย จัดระเบียบรูปภาพ เก่า ๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นกิจวัตรที่ทำได้ง่าย ๆ โดยไม่รู้สึก overwhelmingแก้ปัญหาคลังรูปภาพล้นด้วยแนวคิด ‘วันนี้ในอดีต’แทนที่จะแสดงรูปภาพทั้งหมดในคราวเดียว แอป This Day เลือกใช้วิธีที่ชาญฉลาดกว่า นั่นคือการแสดงเฉพาะรูปภาพที่คุณถ่ายไว้ใน ‘วันนี้’ ของปีก่อน ๆ ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องจัดการคลังรูปภาพทั้งหมดในภาพรวม แต่สามารถโฟกัสไปที่รูปภาพจากวันเดียวกันในอดีตเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป หากคุณใช้งานแอปนี้เป็นประจำ คุณก็จะค่อย ๆ จัดการรูปภาพเก่า ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแม้จะไม่ใช่โซลูชันแบบครั้งเดียวจบ แต่แนวคิดนี้ช่วยลดภาระทางจิตใจได้อย่างมาก และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในแต่ละวันฟีเจอร์เด่นของ This Day เพื่อการ จัดระเบียบรูปภาพ ที่มีประสิทธิภาพThis Day ไม่ได้แค่ช่วยให้คุณลบรูปภาพเก่า ๆ ได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมเครื่องมือที่จะช่วยประหยัดพื้นที่จัดเก็บอันมีค่าของคุณอีกด้วยจัดการทีละวันแบบเฉพาะเจาะจง: แสดงรูปภาพที่ถ่ายในวันนี้ของปีก่อนหน้า ทำให้การตัดสินใจลบหรือเก็บเป็นเรื่องง่ายและไม่ใช้เวลานานการบีบอัด Live Photo: แปลง Live Photo ของคุณให้เป็นภาพนิ่งเฟรมเดียว ซึ่งช่วยลดขนาดไฟล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ประหยัดพื้นที่จัดเก็บได้มากขึ้นตรวจจับรูปภาพซ้ำ: ระบบจะช่วยค้นหาและระบุรูปภาพที่ซ้ำกัน เพื่อให้คุณสามารถลบออกไปได้อย่างง่ายดายการแจ้งเตือนและการรักษาสตรีค: คุณสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนรายวันเพื่อกระตุ้นให้ใช้งานแอป และรักษาสตรีคการจัดระเบียบรูปภาพของคุณให้ต่อเนื่องการเข้าถึงและราคาแอป This Day มีให้ดาวน์โหลดฟรีบน App Store สำหรับผู้ใช้งาน iPhone และ iPad ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 26 และใหม่กว่า (ข้อมูลตามต้นฉบับ) สำหรับการเข้าถึงฟีเจอร์ทั้งหมดแบบไม่จำกัด ผู้ใช้สามารถสมัครสมาชิกแบบพรีเมียมได้ในราคา $3.99 ต่อเดือน หรือ $29.99 ต่อปีมุมมองบรรณาธิการ: การจัดระเบียบที่ลงตัวผมมองว่า This Day เป็นตัวช่วยที่น่าสนใจมากสำหรับคนที่มีรูปภาพในเครื่องเยอะจนเกินรับไหว แทนที่จะต้องเผชิญกับกองรูปภาพจำนวนมหาศาล แอปนี้เลือกที่จะแบ่งภาระให้เล็กลงและสามารถจัดการได้ในแต่ละวัน วิธีการ ‘วันนี้ในอดีต’ ทำให้การจัดการรูปภาพไม่น่าเบื่อและไม่ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำให้คนทั่วไปสามารถจัดระเบียบรูปภาพของตัวเองได้อย่างยั่งยืน แม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาสักระยะกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แต่การได้พื้นที่จัดเก็บคืนมา พร้อมกับความรู้สึกสบายใจที่ได้เห็นคลังรูปภาพที่เป็นระเบียบขึ้นเรื่อย ๆ นั้น ถือเป็นการลงทุนเวลาที่คุ้มค่าอย่างแน่นอนครับที่มา: 9to5mac.com
ถั่วบัตเตอร์บีนส์ในโหลกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมพร้อมรีวิวแบรนด์เด่นที่คุณต้องลอง

https://ift.tt/dOh7wYj

ถั่วบัตเตอร์บีนส์จากที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงวัตถุดิบราคาถูก ถั่วบัตเตอร์บีนส์ในโหล (Jarred Butter Beans) กำลังพลิกโฉมหน้าสู่การเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่เชฟและผู้รักสุขภาพทั่วโลกให้ความสนใจ ด้วยเนื้อสัมผัสที่นุ่มนวลและรส… อ่านเพิ่ม
iOS 27 เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ยกระดับ iPhone สู่ยุค AI และการเชื่อมต่อผ่านดาวเทียม

https://ift.tt/J7b9ECu

ฟีเจอร์ iOS 27อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับฟีเจอร์ iOS 27 ที่จะมาพร้อม Siri โฉมใหม่, การเชื่อมต่อดาวเทียม 5G และความสามารถ AI สุดล้ำ เตรียมยกระดับการใช้งาน iPhone ของคุณให้เหนือกว่าเดิม
จิตวิทยาภัยพิบัติ: ถอดบทเรียนความกลัว วีรกรรม และการเสียสละจากเหตุการณ์เชอร์โนบิล

https://ift.tt/gTFI7pe

จิตวิทยาภัยพิบัติเจาะลึกจิตวิทยาภัยพิบัติผ่านซีรีส์ Chernobyl สำรวจความกลัว การเสียสละ และความสามารถของมนุษย์ในการรับมือวิกฤตครั้งใหญ่
บัตร Apple Card มอบโบนัส $100 แก่ผู้ใช้เดิมที่เพิ่ม Co-owner เข้าบัญชี

https://ift.tt/D5jslYr

บัตร Apple Cardบัตร Apple CardApple ได้ประกาศโปรโมชันใหม่ที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ บัตร Apple Card ปัจจุบัน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถือบัตรที่เพิ่ม Co-owner เข้ามาในบัญชี Apple Card Family รับเงินคืน Daily Cash จำนวน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นข้อเสนอที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการใช้งานภายในครอบครัวและคนใกล้ชิด เพื่อให้ผู้ใช้เดิมได้รับประโยชน์เพิ่มเติมจากระบบนิเวศการเงินของ Apple.รายละเอียดโปรโมชันการเพิ่ม Co-owner และรับโบนัสโปรโมชันนี้มีผลตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 พฤษภาคม ผู้ใช้ บัตร Apple Card ที่ตัดสินใจเพิ่ม Co-owner ใหม่เข้าสู่บัญชี Apple Card Family จะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืน Daily Cash จำนวน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ Co-owner คนใหม่จะต้องใช้จ่ายผ่านบัตร 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ภายใน 30 วันแรกหลังจากที่ถูกเพิ่มเข้ามาในบัญชี นับเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้งานจริงตั้งแต่วันแรกๆ.ทำความเข้าใจ Apple Card Family: Co-owner และ ParticipantApple ได้เปิดตัวคุณสมบัติ Apple Card Family มานานหลายปีแล้ว เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันและจัดการการใช้จ่ายร่วมกับคนในครอบครัวหรือบุคคลที่ไว้วางใจได้ โดยมีบทบาทหลักสองประเภท:Co-owner: ผู้ที่ถูกเพิ่มเข้ามาเป็น Co-owner จะมีส่วนรับผิดชอบร่วมกันในบัญชีบัตรเครดิต พวกเขาจะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งหมด รวมถึงอัตราการสะสมเงินคืน Daily Cash แบบเดียวกับเจ้าของบัญชีหลักParticipant: ผู้ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในฐานะ Participant จะได้รับบัตรและสามารถใช้จ่ายได้ แต่จะไม่มีส่วนรับผิดชอบในหนี้สินของบัญชีบัตรโดยตรงบัตร Apple Card ยังคงมอบสิทธิประโยชน์เงินคืน (Cash Back) ที่น่าสนใจ ได้แก่:3% สำหรับการซื้อสินค้าและบริการจาก Apple และพันธมิตรที่ร่วมรายการ2% สำหรับการซื้อทั้งหมดที่ชำระผ่าน Apple Pay1% สำหรับการซื้อทั้งหมดที่ชำระด้วยบัตรจริง (Physical Card)การเปลี่ยนผ่านผู้ให้บริการบัตร: จาก Goldman Sachs สู่ JPMorgan Chaseปัจจุบัน บัตร Apple Card ออกโดย Goldman Sachs ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลัก อย่างไรก็ตาม Apple ได้ประกาศว่า JPMorgan Chase จะเข้ามาเป็นผู้ดูแลโปรแกรมบัตรเครดิตนี้ในอนาคตอันใกล้ แม้จะมีการเปลี่ยนผู้ให้บริการ แต่ทาง Apple ได้แจ้งว่ายังไม่มีการคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อฟังก์ชันการทำงานหรือสิทธิประโยชน์หลักๆ ของบัตรสำหรับผู้ใช้งานมุมมองจากบรรณาธิการ: กลยุทธ์และการเติบโตของ Apple Cardการที่ Apple ออกโปรโมชันกระตุ้นให้ผู้ใช้เดิมเพิ่ม Co-owner เข้ามาใน Apple Card Family ชี้ให้เห็นถึงความพยายามของ Apple ในการขยายการเข้าถึงและเสริมสร้างความผูกพันของลูกค้ากับบริการทางการเงินของตนอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มจำนวนผู้ใช้งานในระบบ แต่ยังช่วยให้ผู้ถือบัตรได้รับประโยชน์จากเงินคืน Daily Cash ซึ่งเป็นจุดเด่นของบัตร Apple Card โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการเปลี่ยนผ่านผู้ให้บริการบัตรจาก Goldman Sachs ไปยัง JPMorgan Chase แสดงให้เห็นถึงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ระยะยาวของ Apple ในการพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของ บัตร Apple Card.ที่มา: 9to5mac.com