อิมรอน สร้างเรือในวันที่น้ำยังไม่มา ชาวบ้านหัวเราะ เห็นอิมรอนเป็นคนบ้าคนหนึ่ง อิมรอนโดนดูถูก อิมรอนโดนลบหลู่ แต่อิมรอนก็ยังสร้างเรือต่อไป และก็ชักชวนให้ชาวบ้านขึ้นเรืออยู่ทุกวี่วัน
เมื่อวันหนึ่ง น้ำไหลมา ท่วมแค่เท้า ชาวบ้านคิดว่าน้ำท่วมรอการระบาย จึงไม่สนใจ พร้อมแต่งเรื่องตลกเกี่ยวกับอิมรอน ตั้งวงนินทาหัวเราะอย่างมีความสุข
แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 น้ำมาเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด ทุกคนแตกตื่น คาดหวังว่าจะมีเรือกลับมารับ ภาพที่เห็นคือ ชาวบ้านนั้น ไม่มีใครอยู่บนเรือเลยซักคน
ยกเว้นอิมรอน
เมื่อวันหนึ่ง น้ำไหลมา ท่วมแค่เท้า ชาวบ้านคิดว่าน้ำท่วมรอการระบาย จึงไม่สนใจ พร้อมแต่งเรื่องตลกเกี่ยวกับอิมรอน ตั้งวงนินทาหัวเราะอย่างมีความสุข
แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 น้ำมาเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด ทุกคนแตกตื่น คาดหวังว่าจะมีเรือกลับมารับ ภาพที่เห็นคือ ชาวบ้านนั้น ไม่มีใครอยู่บนเรือเลยซักคน
ยกเว้นอิมรอน
🙏4
เอ็มที่คนฟอลยกให้เป็นกูรูการเงิน
เอ็มลงทุน อาจจะพอมีตังบ้าง แต่ไม่รวยมาก เอ็มเลยต้องทำงานด้วย ขายคอร์สด้วย
แปลว่าเอ็มลงทุนไม่เก่งเหมือนชื่อใช่หรือไม่
โถ่ เอ็มที
เอ็มลงทุน อาจจะพอมีตังบ้าง แต่ไม่รวยมาก เอ็มเลยต้องทำงานด้วย ขายคอร์สด้วย
แปลว่าเอ็มลงทุนไม่เก่งเหมือนชื่อใช่หรือไม่
โถ่ เอ็มที
🤣11
IMRAN’s Calls pinned «อิมรอน สร้างเรือในวันที่น้ำยังไม่มา ชาวบ้านหัวเราะ เห็นอิมรอนเป็นคนบ้าคนหนึ่ง อิมรอนโดนดูถูก อิมรอนโดนลบหลู่ แต่อิมรอนก็ยังสร้างเรือต่อไป และก็ชักชวนให้ชาวบ้านขึ้นเรืออยู่ทุกวี่วัน เมื่อวันหนึ่ง น้ำไหลมา ท่วมแค่เท้า ชาวบ้านคิดว่าน้ำท่วมรอการระบาย จึงไม่สนใจ…»
This media is not supported in your browser
VIEW IN TELEGRAM
อิมรอน สร้างเรือในวันที่น้ำยังไม่มา ชาวบ้านหัวเราะ เห็นอิมรอนเป็นคนบ้าคนหนึ่ง อิมรอนโดนดูถูก อิมรอนโดนลบหลู่ แต่อิมรอนก็ยังสร้างเรือต่อไป และก็ชักชวนให้ชาวบ้านขึ้นเรืออยู่ทุกวี่วัน
เมื่อวันหนึ่ง น้ำไหลมา ท่วมแค่เท้า ชาวบ้านคิดว่าน้ำท่วมรอการระบาย จึงไม่สนใจ พร้อมแต่งเรื่องตลกเกี่ยวกับอิมรอน ตั้งวงนินทาหัวเราะอย่างมีความสุข
แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 น้ำมาเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด ทุกคนแตกตื่น คาดหวังว่าจะมีเรือกลับมารับ ภาพที่เห็นคือ ชาวบ้านนั้น ไม่มีใครอยู่บนเรือเลยซักคน
ยกเว้นอิมรอน
เมื่อวันหนึ่ง น้ำไหลมา ท่วมแค่เท้า ชาวบ้านคิดว่าน้ำท่วมรอการระบาย จึงไม่สนใจ พร้อมแต่งเรื่องตลกเกี่ยวกับอิมรอน ตั้งวงนินทาหัวเราะอย่างมีความสุข
แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2026 น้ำมาเร็วกว่าที่ทุกคนคาดคิด ทุกคนแตกตื่น คาดหวังว่าจะมีเรือกลับมารับ ภาพที่เห็นคือ ชาวบ้านนั้น ไม่มีใครอยู่บนเรือเลยซักคน
ยกเว้นอิมรอน
🌚2🙏1🫡1
ถ้าคุณเก่งเรื่องการลงทุนจริง และสิ่งที่คุณรู้สามารถทำเงินได้มาก ทำซ้ำได้ และใช้ได้จริง ทำไมคุณต้องหารายได้จากการขายคอร์ส?
เพราะถ้าคุณมี edge ที่ทำเงินได้จริง ทำซ้ำได้ และ scale ได้
โดยธรรมชาติคุณควรอยากเอาเงินเอาเวชาไปลงกับ edge นั้น มากกว่าเอาเวลาไปยิงแอด ปิดการขาย และหาลูกศิษย์เพิ่ม
องค์ความรู้ที่คนขายคอร์สมี มันยังทำให้เค้ารวยไม่ได้เลย ทำไมเราต้องไปเรียนกับเค้า
หรือเพราะที่เค้าสอนมันดูยากดีๆ เลยอยากไปเรียนคอร์สยากๆ โดยหวังว่ามันจะทำให้คุณรวย แต่คนสอนก็ไม่รวยนะ ไปเรียนทำไม
ยุคนี้มี AI คนสอนก็ใช้ AI ทำคอร์ส ทำสรุป
คนเรียนก็ใช้ AI เรียนได้
สิ่งที่คนขายคอร์สขายคือ ความหวัง
คนซื้อก็ อาหวัง
เพราะถ้าคุณมี edge ที่ทำเงินได้จริง ทำซ้ำได้ และ scale ได้
โดยธรรมชาติคุณควรอยากเอาเงินเอาเวชาไปลงกับ edge นั้น มากกว่าเอาเวลาไปยิงแอด ปิดการขาย และหาลูกศิษย์เพิ่ม
องค์ความรู้ที่คนขายคอร์สมี มันยังทำให้เค้ารวยไม่ได้เลย ทำไมเราต้องไปเรียนกับเค้า
หรือเพราะที่เค้าสอนมันดูยากดีๆ เลยอยากไปเรียนคอร์สยากๆ โดยหวังว่ามันจะทำให้คุณรวย แต่คนสอนก็ไม่รวยนะ ไปเรียนทำไม
ยุคนี้มี AI คนสอนก็ใช้ AI ทำคอร์ส ทำสรุป
คนเรียนก็ใช้ AI เรียนได้
สิ่งที่คนขายคอร์สขายคือ ความหวัง
คนซื้อก็ อาหวัง
🙏1
Forwarded from F
สยบเสียงหัวเราะเยาะ คนเขลา
อิมรอนเพียรสร้างเรือ บ่หย่อน
ชาวบ้านนินทาเอาร รสสนุก
ตบปากด้วยน้ำต้อน หลากท่วมถึงตาย
เดือนสิงห์สองศูนย์ แสนสยอง
น้ำซัดฉับพลันนอง พี่น้อง
ร่ำไห้โหยหาปอง เรือรับ
สายสวาทสาดล่มร้อง รอดเพี้ยงอิมรอนฯ
อิมรอนเพียรสร้างเรือ บ่หย่อน
ชาวบ้านนินทาเอาร รสสนุก
ตบปากด้วยน้ำต้อน หลากท่วมถึงตาย
เดือนสิงห์สองศูนย์ แสนสยอง
น้ำซัดฉับพลันนอง พี่น้อง
ร่ำไห้โหยหาปอง เรือรับ
สายสวาทสาดล่มร้อง รอดเพี้ยงอิมรอนฯ
🙏1
ทำไมเราถึงเห็นใครดีกว่าไม่ได้?
รู้จัก ‘Tall Poppy Syndrome’
เมื่อสังคมมักลดทอนคนที่โดดเด่นกว่าตัวเอง
.
คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า เหตุใดบางครั้งคนที่ทำงานเก่ง โดดเด่นเกินหน้าเกินตา หรือมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มักถูกหมั่นไส้ ถูกเพ่งเล็ง ถูกนินทา แทนที่จะได้รับการสนับสนุนหรือชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่ดารา ศิลปิน หรือบุคคลสาธารณะที่ประสบความสำเร็จหรือมีชื่อเสียง ยิ่งพวกเขาโด่งดังมากเท่าใด ก็ยิ่งตกเป็นเป้าถูกจับผิดมากเท่านั้น ราวกับว่าสังคมพร้อมที่จะฉุดรั้งคนเก่งหรือคนที่ประสบความสำเร็จลงมาเหยียบย่ำเสมอหากมีโอกาส ซึ่งในทางสังคมวิทยาและจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘Tall Poppy Syndrome’ หรือปรากฏการณ์ดอกป็อปปีที่สูงเกินไป
.
คำว่า ‘Tall Poppy’ เป็นสำนวนที่มีมานานตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ตำนานเล่าว่า กษัตริย์ทาร์ควิน (Tarquin the Proud) มักจะใช้ดาบตัดต้นป็อปปีที่สูงขึ้นล้ำต้นอื่นทุกครั้ง เวลาที่พระองค์เข้าไปเยี่ยมชมสวนดอกไม้ พร้อมตรัสกับพระโอรสว่า “เมื่อใดที่ผู้คนยกตนเองสูงส่งเกินไป มักจะถูกโค่นล้มลงมา” กล่าวคือ ใครก็ตามที่โดดเด่นและพุ่งทะยานเหนือคนอื่น มักจะจบลงที่การถูกดึงให้กลับลงมาเท่ากันหรือต่ำกว่า ซึ่งถึงแม้จะผ่านยุคโรมันมากว่าพันปีแล้ว แต่เรายังคงเห็นดอกป็อปปีเกิดใหม่ถูกเหยียบย่ำและตัดทิ้งอยู่เสมอ
.
Tall Poppy Syndrome คือพฤติกรรมหรือรูปแบบทางสังคมที่มักกีดกัน เพิกเฉย หรือปฏิเสธคนที่เก่ง โดดเด่น หรือประสบความสำเร็จมากกว่าตัวเอง มักเกิดจากความอิจฉาริษยา อคติทางเพศ การเหยียดเชื้อชาติ ความรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจ หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันทางสังคมสูง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกว่าต้องเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อรักษาที่ยืนของตนเอง ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำสูญเสียความเคารพในตัวเอง (Self-respect) เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ไปจนถึงรู้สึกหมดไฟ (Burnout) ในการทำงาน จนสุดท้ายก็ต้องยอมลดศักยภาพของตนเอง เพื่อให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้
.
ข้อมูลจากการศึกษางานวิจัยหลายชิ้นยืนยันความรุนแรงของปรากฏการณ์นี้ โดยงานวิจัย Tall Poppy Syndrome: Implications for entrepreneurship in New Zealand ที่สำรวจปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome จากนักธุรกิจจำนวน 40 คน พบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่เคยพบเจอปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ด้วยตัวเอง พวกเขาจึงมักเก็บตัวเงียบๆ และไม่โอ้อวดหรือบอกใครว่าตัวเองกำลังทำธุรกิจอะไร เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมาก วัฒนธรรมการแข่งขันในแวดวงธุรกิจจึงค่อนข้างดุเดือด
.
นอกจากนี้ สิ่งที่แย่ไปกว่าการไม่ยอมรับคนเก่ง คือการไม่ยอมรับคนโดดเด่นที่ท้าทายอคติทางเพศ ซึ่งจะขับเน้นให้ปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome รุนแรงมากขึ้น โดยในงานวิจัยระดับนานาชาติจาก Women of Influence ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงวัยทำงาน 4,710 คนใน 103 ประเทศพบว่า ผู้หญิงกว่า 86.8% เคยเผชิญกับปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ในที่ทำงาน พวกเธอถูกบั่นทอน โจมตี หรือไม่ชอบหน้า เพียงเพราะทำผลงานได้ดีกว่าคนอื่น
.
อีกทั้งงานวิจัยดังกล่าวยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มคนที่มักลงมือบั่นทอนความรู้สึกจะเป็นหัวหน้าผู้ชายที่เห็นใครเก่งกว่าไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ชอบขัดแข้งขัดขากันเอง ส่งผลให้ผู้ที่ถูกกระทำได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 85.6% รายงานว่า มีความเครียดเพิ่มขึ้น ขณะที่อีก 66.2% รู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตนเอง จนนำไปสู่การตัดสินใจลาออกที่สูงถึง 67.8% เนื่องจากคนที่เผชิญปัญหาดังกล่าวกว่า 75% ยอมรับว่า ปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
.
ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถลบล้างวัฒนธรรมการชอบเตะตัดขาคนเก่งออกไปจากสังคมได้ แต่สิ่งที่เริ่มทำได้คือ การสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจที่แข็งแรงให้กับตัวเอง หากวันนี้คุณเป็นดอกป็อปปีที่กำลังเติบโต จงเบ่งบานในแบบของตัวเองต่อไป รักษาความพยายามและภาคภูมิใจที่ตัวเองมีครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรอบข้างที่ดี คอยบ่มเพาะพรวนดินให้เราเติบโตมาอย่างงดงาม อย่าปล่อยให้ตัวเองเหี่ยวเฉาหรือโรยรา เพียงเพราะความเกลียดชังของคนอื่น
.
เรื่อง: กนกวรรณ เชียงตันติ์
ภาพ: ปราโมทย์ ปิ่นศรี
รู้จัก ‘Tall Poppy Syndrome’
เมื่อสังคมมักลดทอนคนที่โดดเด่นกว่าตัวเอง
.
คุณเคยสังเกตหรือไม่ว่า เหตุใดบางครั้งคนที่ทำงานเก่ง โดดเด่นเกินหน้าเกินตา หรือมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว มักถูกหมั่นไส้ ถูกเพ่งเล็ง ถูกนินทา แทนที่จะได้รับการสนับสนุนหรือชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่ดารา ศิลปิน หรือบุคคลสาธารณะที่ประสบความสำเร็จหรือมีชื่อเสียง ยิ่งพวกเขาโด่งดังมากเท่าใด ก็ยิ่งตกเป็นเป้าถูกจับผิดมากเท่านั้น ราวกับว่าสังคมพร้อมที่จะฉุดรั้งคนเก่งหรือคนที่ประสบความสำเร็จลงมาเหยียบย่ำเสมอหากมีโอกาส ซึ่งในทางสังคมวิทยาและจิตวิทยาเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘Tall Poppy Syndrome’ หรือปรากฏการณ์ดอกป็อปปีที่สูงเกินไป
.
คำว่า ‘Tall Poppy’ เป็นสำนวนที่มีมานานตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ตำนานเล่าว่า กษัตริย์ทาร์ควิน (Tarquin the Proud) มักจะใช้ดาบตัดต้นป็อปปีที่สูงขึ้นล้ำต้นอื่นทุกครั้ง เวลาที่พระองค์เข้าไปเยี่ยมชมสวนดอกไม้ พร้อมตรัสกับพระโอรสว่า “เมื่อใดที่ผู้คนยกตนเองสูงส่งเกินไป มักจะถูกโค่นล้มลงมา” กล่าวคือ ใครก็ตามที่โดดเด่นและพุ่งทะยานเหนือคนอื่น มักจะจบลงที่การถูกดึงให้กลับลงมาเท่ากันหรือต่ำกว่า ซึ่งถึงแม้จะผ่านยุคโรมันมากว่าพันปีแล้ว แต่เรายังคงเห็นดอกป็อปปีเกิดใหม่ถูกเหยียบย่ำและตัดทิ้งอยู่เสมอ
.
Tall Poppy Syndrome คือพฤติกรรมหรือรูปแบบทางสังคมที่มักกีดกัน เพิกเฉย หรือปฏิเสธคนที่เก่ง โดดเด่น หรือประสบความสำเร็จมากกว่าตัวเอง มักเกิดจากความอิจฉาริษยา อคติทางเพศ การเหยียดเชื้อชาติ ความรู้สึกไม่มั่นคงทางจิตใจ หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันทางสังคมสูง ซึ่งกระตุ้นให้ผู้คนรู้สึกว่าต้องเหยียบย่ำผู้อื่นเพื่อรักษาที่ยืนของตนเอง ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำสูญเสียความเคารพในตัวเอง (Self-respect) เกิดความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า ไปจนถึงรู้สึกหมดไฟ (Burnout) ในการทำงาน จนสุดท้ายก็ต้องยอมลดศักยภาพของตนเอง เพื่อให้อยู่ร่วมกับคนอื่นได้
.
ข้อมูลจากการศึกษางานวิจัยหลายชิ้นยืนยันความรุนแรงของปรากฏการณ์นี้ โดยงานวิจัย Tall Poppy Syndrome: Implications for entrepreneurship in New Zealand ที่สำรวจปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome จากนักธุรกิจจำนวน 40 คน พบว่า นักธุรกิจส่วนใหญ่เคยพบเจอปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ด้วยตัวเอง พวกเขาจึงมักเก็บตัวเงียบๆ และไม่โอ้อวดหรือบอกใครว่าตัวเองกำลังทำธุรกิจอะไร เนื่องจากนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมาก วัฒนธรรมการแข่งขันในแวดวงธุรกิจจึงค่อนข้างดุเดือด
.
นอกจากนี้ สิ่งที่แย่ไปกว่าการไม่ยอมรับคนเก่ง คือการไม่ยอมรับคนโดดเด่นที่ท้าทายอคติทางเพศ ซึ่งจะขับเน้นให้ปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome รุนแรงมากขึ้น โดยในงานวิจัยระดับนานาชาติจาก Women of Influence ที่เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างผู้หญิงวัยทำงาน 4,710 คนใน 103 ประเทศพบว่า ผู้หญิงกว่า 86.8% เคยเผชิญกับปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ในที่ทำงาน พวกเธอถูกบั่นทอน โจมตี หรือไม่ชอบหน้า เพียงเพราะทำผลงานได้ดีกว่าคนอื่น
.
อีกทั้งงานวิจัยดังกล่าวยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า กลุ่มคนที่มักลงมือบั่นทอนความรู้สึกจะเป็นหัวหน้าผู้ชายที่เห็นใครเก่งกว่าไม่ได้ หรือไม่ก็เป็นเพื่อนร่วมงานผู้หญิงที่ชอบขัดแข้งขัดขากันเอง ส่งผลให้ผู้ที่ถูกกระทำได้รับผลกระทบทางจิตใจเป็นอย่างมาก โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 85.6% รายงานว่า มีความเครียดเพิ่มขึ้น ขณะที่อีก 66.2% รู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตนเอง จนนำไปสู่การตัดสินใจลาออกที่สูงถึง 67.8% เนื่องจากคนที่เผชิญปัญหาดังกล่าวกว่า 75% ยอมรับว่า ปรากฏการณ์ Tall Poppy Syndrome ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง
.
ถึงแม้ว่าเราไม่สามารถลบล้างวัฒนธรรมการชอบเตะตัดขาคนเก่งออกไปจากสังคมได้ แต่สิ่งที่เริ่มทำได้คือ การสร้างเกราะป้องกันทางจิตใจที่แข็งแรงให้กับตัวเอง หากวันนี้คุณเป็นดอกป็อปปีที่กำลังเติบโต จงเบ่งบานในแบบของตัวเองต่อไป รักษาความพยายามและภาคภูมิใจที่ตัวเองมีครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรอบข้างที่ดี คอยบ่มเพาะพรวนดินให้เราเติบโตมาอย่างงดงาม อย่าปล่อยให้ตัวเองเหี่ยวเฉาหรือโรยรา เพียงเพราะความเกลียดชังของคนอื่น
.
เรื่อง: กนกวรรณ เชียงตันติ์
ภาพ: ปราโมทย์ ปิ่นศรี
🙏1