BlockchainReview ANN
Photo
Blockchain Review Podcast EP – 49 DeFi 2.0 กับก้าวต่อไปของวงการ DeFi
DeFi 2.0 คืออะไรมาคุยกันครับ
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blockchain-review-podcast-ep-49-defi-2-0
DeFi 2.0 คืออะไรมาคุยกันครับ
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blockchain-review-podcast-ep-49-defi-2-0
blockchain-review.co.th
Blockchain Review Podcast EP - 49 DeFi 2.0 กับก้าวต่อไปของวงการ DeFi | Blockchain Review รีวิวทุกเรื่องราว ของ Blockchain ประเทศไทย
DeFi 2.0 คืออะไรมาคุยกันครับ 5 3 votes Article Rating
Blockchain Review Podcast EP–50 ภาพรวมตลาด Crypto ในปี 2022 (Cryptomind Investment Outlook 2022)
เล่าภาพรวมตลาด Crypto ในปี 2022 (Cryptomind Investment Outlook 2022)
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blockchain-review-podcast-ep-50-cryptomind-investment-outlook-2022/
เล่าภาพรวมตลาด Crypto ในปี 2022 (Cryptomind Investment Outlook 2022)
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blockchain-review-podcast-ep-50-cryptomind-investment-outlook-2022/
blockchain-review.co.th
Blockchain Review Podcast EP–50 ภาพรวมตลาด Crypto ในปี 2022 (Cryptomind Investment Outlook 2022) | Blockchain Review รีวิวทุกเรื่องราว…
เล่าภาพรวมตลาด Crypto ในปี 2022 (Cryptomind Investment Outlook 2022) 0 0 votes Article Rating
BlockchainReview ANN
Photo
Blocksizewar สงครามการเมืองทียิ่งใหญ่ที่สุดใน Bitcoin
บทความนี้จะเอามาจากหนังสือ Bitcoin & Blockchain 101 เล่มใหม่ที่ผมเพิ่งขายไปเมื่อเดือนที่แล้วนะครับโดยจะเล่าถึงเหตุการณ์ Blocksizewar ที่เป็นสงครามการเมืองใน Bitcoin ในสมัยช่วง 2014-2017 ยังไงถ้าอ่านแล้วชอบกันฝากสนับสนุนหนังสือด้วยนะครับ บทที่ 6 การเมืองใน Bitcoin (Blocksize War) “ไม่คิดบ้างเหรอว่าเดียวในอนาคตก็อาจจะมีเหรียญหรือเทคโนโลยีอะไรที่ดีกว่า Bitcoin ออกมากก็ได้แล้วเดียว Bitcoin ก็ตายไป” อันที่จริงๆแล้วตอนแรกผมตั้งใจจะเล่าถึงเรื่องมูลค่าของ Bitcoin ว่ามาได้อย่างไร แต่ส่วนประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าและความเชื่อของมันนั้นคือความเป็น Decentralized ของมันที่ไม่อาจหาเหรียญใดๆมาเทียบได้จึงจำเป็นจะต้องอธิบายในส่วนนี้เสียก่อน ประโยคในข้างต้นเป็นแนวคิดหรือคำพูดที่หลายๆคนอาจจะคิดกันในอดีตจนตวบจนถึงปัจจุบันก็ยังมีคนที่คิดแบบนี้อยู่เช่นการมาของ CBDC จะทำให้ Bitcoin ไร้ค่าไป ซึ่งอันที่จริงแล้วมูลค่าของ Bitcoin นั้นไม่ได้มาจากอรรถประโยชน์หรือการใช้งานเท่าไหร่นัก ในทางกลับกันมีเหรียญจำนวนมากที่สามารถส่งได้เร็วกว่า Bitcoin ประยุกต์ใช้ได้มากมาย แต่ก็ไม่เคยมีเหรียญไหนสามารถชนะมันได้ในเชิงมูลค่า สาเหตุนั้นมาจากความเป็น Decentralized ของมันเนื่องจาก Bitcoin เกิดขึ้นมาในวันที่ไม่มีใครคิดว่ามันจะประสบความสำเร็จมันจึงค่อยๆเติบโตอย่างไร้เจ้าของ เมื่อเทียบกับเหรียญอื่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายจึงมีการระดมทุน มีการเก็บเหรียญให้กับเจ้าของโครงการ หรือการที่เข้าของโครงการมีอิทธิพลต่อเหรียญมาก ทำให้ไม่สามารถมีเหรียญใดขึ้นมาแข่งเรื่องความเป็น Decentralized กับ Bitcoin ได้…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blocksizewar-สงครามการเมืองทียิ่ง/
บทความนี้จะเอามาจากหนังสือ Bitcoin & Blockchain 101 เล่มใหม่ที่ผมเพิ่งขายไปเมื่อเดือนที่แล้วนะครับโดยจะเล่าถึงเหตุการณ์ Blocksizewar ที่เป็นสงครามการเมืองใน Bitcoin ในสมัยช่วง 2014-2017 ยังไงถ้าอ่านแล้วชอบกันฝากสนับสนุนหนังสือด้วยนะครับ บทที่ 6 การเมืองใน Bitcoin (Blocksize War) “ไม่คิดบ้างเหรอว่าเดียวในอนาคตก็อาจจะมีเหรียญหรือเทคโนโลยีอะไรที่ดีกว่า Bitcoin ออกมากก็ได้แล้วเดียว Bitcoin ก็ตายไป” อันที่จริงๆแล้วตอนแรกผมตั้งใจจะเล่าถึงเรื่องมูลค่าของ Bitcoin ว่ามาได้อย่างไร แต่ส่วนประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อมูลค่าและความเชื่อของมันนั้นคือความเป็น Decentralized ของมันที่ไม่อาจหาเหรียญใดๆมาเทียบได้จึงจำเป็นจะต้องอธิบายในส่วนนี้เสียก่อน ประโยคในข้างต้นเป็นแนวคิดหรือคำพูดที่หลายๆคนอาจจะคิดกันในอดีตจนตวบจนถึงปัจจุบันก็ยังมีคนที่คิดแบบนี้อยู่เช่นการมาของ CBDC จะทำให้ Bitcoin ไร้ค่าไป ซึ่งอันที่จริงแล้วมูลค่าของ Bitcoin นั้นไม่ได้มาจากอรรถประโยชน์หรือการใช้งานเท่าไหร่นัก ในทางกลับกันมีเหรียญจำนวนมากที่สามารถส่งได้เร็วกว่า Bitcoin ประยุกต์ใช้ได้มากมาย แต่ก็ไม่เคยมีเหรียญไหนสามารถชนะมันได้ในเชิงมูลค่า สาเหตุนั้นมาจากความเป็น Decentralized ของมันเนื่องจาก Bitcoin เกิดขึ้นมาในวันที่ไม่มีใครคิดว่ามันจะประสบความสำเร็จมันจึงค่อยๆเติบโตอย่างไร้เจ้าของ เมื่อเทียบกับเหรียญอื่นที่ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายจึงมีการระดมทุน มีการเก็บเหรียญให้กับเจ้าของโครงการ หรือการที่เข้าของโครงการมีอิทธิพลต่อเหรียญมาก ทำให้ไม่สามารถมีเหรียญใดขึ้นมาแข่งเรื่องความเป็น Decentralized กับ Bitcoin ได้…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/blocksizewar-สงครามการเมืองทียิ่ง/
blockchain-review.co.th
Blocksizewar สงครามการเมืองทียิ่งใหญ่ที่สุดใน Bitcoin | Blockchain Review รีวิวทุกเรื่องราว ของ Blockchain ประเทศไทย
ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง Blocksize War คั่นฉากการอัพเดทเวอร์ชั่นของ Bitcoin ทำยังไง? Big Block vs Small Block Bitcoin XT Segwit ข้อเสนอผู้จากสนับสนุน Small Block Bitcoin Classic ควันหลงจาก Bitcoin XT The DAO กับการ Chain Split ของ Ethereum Bitcoin Unlimited…
BlockchainReview ANN
Photo
มาก่อนกาล Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ได้ทำนายการมาของ Bitcoin และ Cryptocurrency ตั้งแต่ปี 1999
อันนี้เป็นเนื้อหาในหนังสือ Cryptocurrency & Digital asset 101 บทที่ 1 จาก Internet สู่ Cryptocurrency ที่เพิ่งตีพิมพ์ไปนะครับถ้าชอบกันสามารถสนับสนุนได้นะครับ (เอาฉบับ Draft มาเนื้อหาอาจจะพิมพ์ผิดบ้างนะ) “ผมคิดว่าอินเทอร์เนตจะเป็นกำลังหลักที่ลดบทบาทของรัฐบาลลง แตสิ่งที่ขาดไปที่น่าจะถูกพัฒนาขึ้นในเร็วๆนี้คือเงินอิเล็คทรอนิคส์ที่เชื่อถือได้ โดยคุณสามารถส่งเงินจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งด้วยอินเทอร์เนตโดยที่ทั้งสองคนนี้ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ” นี่เป็นประโยคที่ Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลได้พูดไว้บนเวที National Taxpayers union foundation ในปี 1999 ซึ่งเป็นการทำนายถึงการมาของ Bitcoin หรือแม้แต่ Cryptocurrency ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งทำไม Milton ถึงสามารถทำนายสิ่งนี้ออกมาได้กัน มิลตันนั้นเป็นผู้ที่สนับสนุนทฤษฎีตลาดเสรีโดยมีความเชื่อที่ว่าการแข่งขันนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความก้าวหน้าและนวัตกรรม และการควบคุมดูแลและกำกับจากรัฐบาลหรือตัวกลางนั้นให้ผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากว่ารัฐบาลไม่มีทางจัดสรรทรัพยากรได้ดีไปกว่าตลาดและราคา หรือพูดง่ายๆคือการที่คิดว่ารัฐบาลจะรู้ว่าผู้คนมีความต้องการในทรัพยากรหนึ่งมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เว้นแต่ให้ผู้คนเป็นผู้ให้คำตอบผ่านกลไกตลาดเองเท่านั้น และเงินเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งนั้นเช่นกัน ตลาดคือผู้กำหนดว่าอะไรคือเงิน ในยุคที่ทุกคนคุ้นเคยกับเงินกระดาษหรือสิ่งใดที่นอกเหนือจากรัฐบาลบอกว่าคือเงินนั้นเราอาจจะคิดภาพยากเสียหน่อย แต่ถ้าเราย้อนไปในอดีตเงินถือเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันกันในรูปแบบตลาดเสรี หรือเราจะเรียกได้ว่าสื่อกลางทีได้รับการยอมรับมากที่สุดในตลาดคือเงิน และมันมีแนวโน้มที่เงินที่ถูกยอมรับมากกว่าจะกลืนกินเงินที่ถูกยอมรับน้อยกว่าเช่นกัน ตัวอย่างเช่นในยุคสมัยหนึ่งที่ เปลือกหอยหรือเกลือนั้นถูกนำมาใช้เป็นเงินเพื่การแลกเปลี่ยน แม้ว่าอาจจะดูแปลกที่ในสมัยหนึ่งเราต้องพกเปลือกหอยหรือเกลือเพื่อไปจับจ่ายใช้สอยใดๆ แต่ในยุคสมัยนั้นมันก็เป็นสิ่งที่พกพาสะดวกในระดับหนึ่ง จนกระทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยีการเดินเรือหรือการคมนาคมก็ทำให้เปลือกหาอยและเหลือเป็นสิ่งหาง่ายขึ้นเรื่อยๆจนไม่มีใครนำมันมาใช้เป็นสกุลเงินอีกต่อไปซึ่งเราจะเห็นว่านี่คือรูปแบบการแข่งขันที่สกุลเงินที่ดีกว่าจะมาแทนที่จากประสิทธิภาพที่ดีกว่า ทุกวันนี้การใช้สิ่งของเพื่อเป็นเงินนั้นแทบจะไม่เห็นอีกแล้วจากการแพร่หลายของสกุลเงินกระดาษแต่เราก็ยังเห็นได้จากบางที่ เช่นในคุกนั้นนักโทษจะใช้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือบุหรี่แทนที่จะใช้เงินปกติในการแลกเปลี่ยนและซื้อในสิ่งที่พวกเขาต้องการแทน ทองผู้ชนะที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/มาก่อนกาล-milton-friedman-นักเศรษฐศาส/
อันนี้เป็นเนื้อหาในหนังสือ Cryptocurrency & Digital asset 101 บทที่ 1 จาก Internet สู่ Cryptocurrency ที่เพิ่งตีพิมพ์ไปนะครับถ้าชอบกันสามารถสนับสนุนได้นะครับ (เอาฉบับ Draft มาเนื้อหาอาจจะพิมพ์ผิดบ้างนะ) “ผมคิดว่าอินเทอร์เนตจะเป็นกำลังหลักที่ลดบทบาทของรัฐบาลลง แตสิ่งที่ขาดไปที่น่าจะถูกพัฒนาขึ้นในเร็วๆนี้คือเงินอิเล็คทรอนิคส์ที่เชื่อถือได้ โดยคุณสามารถส่งเงินจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งด้วยอินเทอร์เนตโดยที่ทั้งสองคนนี้ไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ” นี่เป็นประโยคที่ Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลได้พูดไว้บนเวที National Taxpayers union foundation ในปี 1999 ซึ่งเป็นการทำนายถึงการมาของ Bitcoin หรือแม้แต่ Cryptocurrency ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งทำไม Milton ถึงสามารถทำนายสิ่งนี้ออกมาได้กัน มิลตันนั้นเป็นผู้ที่สนับสนุนทฤษฎีตลาดเสรีโดยมีความเชื่อที่ว่าการแข่งขันนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความก้าวหน้าและนวัตกรรม และการควบคุมดูแลและกำกับจากรัฐบาลหรือตัวกลางนั้นให้ผลเสียมากกว่าผลดี เนื่องจากว่ารัฐบาลไม่มีทางจัดสรรทรัพยากรได้ดีไปกว่าตลาดและราคา หรือพูดง่ายๆคือการที่คิดว่ารัฐบาลจะรู้ว่าผู้คนมีความต้องการในทรัพยากรหนึ่งมากน้อยเพียงใดเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เว้นแต่ให้ผู้คนเป็นผู้ให้คำตอบผ่านกลไกตลาดเองเท่านั้น และเงินเองก็เป็นหนึ่งในสิ่งนั้นเช่นกัน ตลาดคือผู้กำหนดว่าอะไรคือเงิน ในยุคที่ทุกคนคุ้นเคยกับเงินกระดาษหรือสิ่งใดที่นอกเหนือจากรัฐบาลบอกว่าคือเงินนั้นเราอาจจะคิดภาพยากเสียหน่อย แต่ถ้าเราย้อนไปในอดีตเงินถือเป็นสินค้าประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันกันในรูปแบบตลาดเสรี หรือเราจะเรียกได้ว่าสื่อกลางทีได้รับการยอมรับมากที่สุดในตลาดคือเงิน และมันมีแนวโน้มที่เงินที่ถูกยอมรับมากกว่าจะกลืนกินเงินที่ถูกยอมรับน้อยกว่าเช่นกัน ตัวอย่างเช่นในยุคสมัยหนึ่งที่ เปลือกหอยหรือเกลือนั้นถูกนำมาใช้เป็นเงินเพื่การแลกเปลี่ยน แม้ว่าอาจจะดูแปลกที่ในสมัยหนึ่งเราต้องพกเปลือกหอยหรือเกลือเพื่อไปจับจ่ายใช้สอยใดๆ แต่ในยุคสมัยนั้นมันก็เป็นสิ่งที่พกพาสะดวกในระดับหนึ่ง จนกระทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยีการเดินเรือหรือการคมนาคมก็ทำให้เปลือกหาอยและเหลือเป็นสิ่งหาง่ายขึ้นเรื่อยๆจนไม่มีใครนำมันมาใช้เป็นสกุลเงินอีกต่อไปซึ่งเราจะเห็นว่านี่คือรูปแบบการแข่งขันที่สกุลเงินที่ดีกว่าจะมาแทนที่จากประสิทธิภาพที่ดีกว่า ทุกวันนี้การใช้สิ่งของเพื่อเป็นเงินนั้นแทบจะไม่เห็นอีกแล้วจากการแพร่หลายของสกุลเงินกระดาษแต่เราก็ยังเห็นได้จากบางที่ เช่นในคุกนั้นนักโทษจะใช้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือบุหรี่แทนที่จะใช้เงินปกติในการแลกเปลี่ยนและซื้อในสิ่งที่พวกเขาต้องการแทน ทองผู้ชนะที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/มาก่อนกาล-milton-friedman-นักเศรษฐศาส/
blockchain-review.co.th
มาก่อนกาล Milton Friedman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ได้ทำนายการมาของ Bitcoin และ Cryptocurrency ตั้งแต่ปี 1999 | Blockchain Review…
ยาวไปอยากเลือกอ่าน แสดง ตลาดคือผู้กำหนดว่าอะไรคือเงิน ทองผู้ชนะที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เงินเฟียตเมื่อเงินเริ่มถูกผูกขาด เทคโนโลยีกับการพยายามทำลายการผูกขาด ระบบการเงินที่ถูกผูกขาด อันนี้เป็นเนื้อหาในหนังสือ Cryptocurrency & Digital asset 101 บทที่…
BlockchainReview ANN
Photo
ทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่ถามว่า “ซื้อ Bitcoin ดีไหม” ดู MVRV สิครับ
ทุกๆครั้งที่ Bitcoin นั้นกลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในหน้าสื่อต่างๆ ไม่ว่ามันจะกลายเป็นอนาคตทางการเงินหรือปีศาจเหรียญแชร์ลูกโซ่ ก็ตามในทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของราคาก็จะดึงดูดบุคคลหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งบางครั้งก็อาจจะดึงดูดญาติผู้ใหญ่หรือบางครั้งอาจจะเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ของคุณผู้อ่านก็ตามให้สนใจ Bitcoin แล้วก็เดินมาถามเราด้วยความสงสัยอย่างไร้เดียวสาว่า “Bitcoin คืออะไร ซื้อดีไหม ซื้ัอตอนนี้แพงไปหรือเปล่า เข้าดีไหม” ถ้าบางครั้งพ่อแม่ของคุณมีประสบการณ์การลงทุน คุณอาจจะสบายใจในการแนะนำ Bitcoin ให้แก่ญาติผู้ใหญ่ของคุณได้ แต่หากว่าพ่อและแม่ของคุณนั้นไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน แถมยังใช้ Line ในการทำงานส่งเอกสารสำคัญที่ถ้ามันหายพวกเราจะตายกันหมดละก็ คุณคงจินตนาการถึงความยากลำบากที่คุณจะตอบคำถามนี้ในขณะที่พอร์ทของคุณเต็มไปด้วยเหรียญ Doge Bonk Pepe ซึ่งผมมีวิธีแก้ปัญญาให้กับคุณคือให้คุณดู Indicator แค่ตัวเดียวนั้นคือ MVRV ที่สามารถบ่งบอกว่าตอนนี้ “Bitcoin แพง” หรือ “Bitcoin ถูก” รู้จักกับ Blockexplorer และ Blockchain กอ่อนที่เราจะไปพูดถึง MVRV เราขอเล่าถึงตัวแปรที่จะถูกใช้คำนวนสมการนี้ก่อนนั้นคือ “ข้อมูลในการทำธุรกรรม” โดยในระบบ Cryptocurrency ใดๆเราจะสามารถดูข้อมูลการทำธุรกรรมของคนทั้งโลกได้ เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ว่าคนที่ทำธุรกรรมเป็นใครหากไม่เปิดเผยตัว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นั้นเป็นสาธารณะ note ระบบนี้จะตรงข้ามกับระบบบัญชีธนาคาร ในระบบ Blockchain หากเรารู้ Address เราจะรู้ข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมด…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/bitcoin-mvrv-part-1/
ทุกๆครั้งที่ Bitcoin นั้นกลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงในหน้าสื่อต่างๆ ไม่ว่ามันจะกลายเป็นอนาคตทางการเงินหรือปีศาจเหรียญแชร์ลูกโซ่ ก็ตามในทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของราคาก็จะดึงดูดบุคคลหน้าใหม่เข้ามา ซึ่งบางครั้งก็อาจจะดึงดูดญาติผู้ใหญ่หรือบางครั้งอาจจะเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่ของคุณผู้อ่านก็ตามให้สนใจ Bitcoin แล้วก็เดินมาถามเราด้วยความสงสัยอย่างไร้เดียวสาว่า “Bitcoin คืออะไร ซื้อดีไหม ซื้ัอตอนนี้แพงไปหรือเปล่า เข้าดีไหม” ถ้าบางครั้งพ่อแม่ของคุณมีประสบการณ์การลงทุน คุณอาจจะสบายใจในการแนะนำ Bitcoin ให้แก่ญาติผู้ใหญ่ของคุณได้ แต่หากว่าพ่อและแม่ของคุณนั้นไม่มีประสบการณ์ในการลงทุน แถมยังใช้ Line ในการทำงานส่งเอกสารสำคัญที่ถ้ามันหายพวกเราจะตายกันหมดละก็ คุณคงจินตนาการถึงความยากลำบากที่คุณจะตอบคำถามนี้ในขณะที่พอร์ทของคุณเต็มไปด้วยเหรียญ Doge Bonk Pepe ซึ่งผมมีวิธีแก้ปัญญาให้กับคุณคือให้คุณดู Indicator แค่ตัวเดียวนั้นคือ MVRV ที่สามารถบ่งบอกว่าตอนนี้ “Bitcoin แพง” หรือ “Bitcoin ถูก” รู้จักกับ Blockexplorer และ Blockchain กอ่อนที่เราจะไปพูดถึง MVRV เราขอเล่าถึงตัวแปรที่จะถูกใช้คำนวนสมการนี้ก่อนนั้นคือ “ข้อมูลในการทำธุรกรรม” โดยในระบบ Cryptocurrency ใดๆเราจะสามารถดูข้อมูลการทำธุรกรรมของคนทั้งโลกได้ เพียงแต่เราอาจจะไม่รู้ว่าคนที่ทำธุรกรรมเป็นใครหากไม่เปิดเผยตัว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้นั้นเป็นสาธารณะ note ระบบนี้จะตรงข้ามกับระบบบัญชีธนาคาร ในระบบ Blockchain หากเรารู้ Address เราจะรู้ข้อมูลการทำธุรกรรมทั้งหมด…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/bitcoin-mvrv-part-1/
blockchain-review.co.th
ทำอย่างไรเมื่อพ่อแม่ถามว่า "ซื้อ Bitcoin ดีไหม" ดู MVRV สิครับ | Blockchain Review รีวิวทุกเรื่องราว ของ Blockchain ประเทศไทย
ผมมีวิธีแก้ปัญญาให้กับคุณคือให้คุณดู Indicator แค่ตัวเดียวนั้นคือ MVRV ที่สามารถบ่งบอกว่าตอนนี้ "Bitcoin แพง" หรือ "Bitcoin ถูก"
BlockchainReview ANN
Photo
เราควรลงทุนใน Cryptocurency ไหม? จากคนที่ลงทุนมาเป็นเวลา 8 ปี
สวัสดีครับ ตอนนี้ก็ปี 2025 แล้ว ถ้านับตามเวลาก็เป็นเวลา 8 ปีแล้วที่ผมเริ่มต้นลงทุนในตลาด Cryptocurrency เมื่อปี 2017 ในตอนนั้น Bitcoin ยังมีราคาแค่ 40,000 บาท ส่วน Ethereum (ETH) ก็เพียง 1,500 บาท ซึ่งถ้าจะพูดตามตรง การเติบโตของ Cryptocurrency เกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ผมคาดไว้ในช่วงที่เริ่มลงทุนครั้งแรกมาก แน่นอนว่าคงมีหลายคนสนใจจะลงทุนใน Cryptocurrency ในปี 2025 ซึ่งบางคนอาจไม่เคยผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นมาก่อนเลย (ซึ่งผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น) การไม่รู้อะไรหลายอย่างหรือไม่เข้าใจก็อาจเป็นอุปสรรคได้ ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์การลงทุนตลอด 8 ปีที่ผ่านมาให้ฟัง อย่างไรก็ตาม ขอ Disclaimer ไว้ก่อนว่า สิ่งที่ผมเล่าเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวที่ผมตกผลึกมา อาจไม่เหมือนกับมุมมองของคนอื่น และไม่ได้มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ผมจะเล่าเหมือนกำลังพูดกับตัวเองเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนที่ยังอายุ 25 ปี และไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เล่าอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่ผมหวังว่ามันจะช่วยให้ใครบางคนได้เข้ามาในตลาดโดยมีเกราะคุ้มกันบ้าง เราควรลงทุนใน Cryptocurrency ดีไหม คำถามง่ายๆ…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/investment-guide-for-basic
สวัสดีครับ ตอนนี้ก็ปี 2025 แล้ว ถ้านับตามเวลาก็เป็นเวลา 8 ปีแล้วที่ผมเริ่มต้นลงทุนในตลาด Cryptocurrency เมื่อปี 2017 ในตอนนั้น Bitcoin ยังมีราคาแค่ 40,000 บาท ส่วน Ethereum (ETH) ก็เพียง 1,500 บาท ซึ่งถ้าจะพูดตามตรง การเติบโตของ Cryptocurrency เกิดขึ้นเร็วเกินกว่าที่ผมคาดไว้ในช่วงที่เริ่มลงทุนครั้งแรกมาก แน่นอนว่าคงมีหลายคนสนใจจะลงทุนใน Cryptocurrency ในปี 2025 ซึ่งบางคนอาจไม่เคยผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นมาก่อนเลย (ซึ่งผมเองก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น) การไม่รู้อะไรหลายอย่างหรือไม่เข้าใจก็อาจเป็นอุปสรรคได้ ผมเลยอยากใช้โอกาสนี้ถ่ายทอดแนวคิดและประสบการณ์การลงทุนตลอด 8 ปีที่ผ่านมาให้ฟัง อย่างไรก็ตาม ขอ Disclaimer ไว้ก่อนว่า สิ่งที่ผมเล่าเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวที่ผมตกผลึกมา อาจไม่เหมือนกับมุมมองของคนอื่น และไม่ได้มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ผมจะเล่าเหมือนกำลังพูดกับตัวเองเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนที่ยังอายุ 25 ปี และไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เล่าอาจไม่ถูกใจทุกคน แต่ผมหวังว่ามันจะช่วยให้ใครบางคนได้เข้ามาในตลาดโดยมีเกราะคุ้มกันบ้าง เราควรลงทุนใน Cryptocurrency ดีไหม คำถามง่ายๆ…
https://blockchain-review.co.th/blockchain-review/investment-guide-for-basic