NODΞ
18.1K subscribers
251 photos
3 videos
209 links
คุยเรื่องคริปโตให้เข้าใจง่าย และเจาะลึก DeFi

สำหรับสอบถามข้อมูลด้านการโฆษณา: @net_admin_global
Download Telegram
⛏️ ถึงเวลาที่นักขุดต้องเลิก “hold” แบบเฉย ๆ: Wintermute บอกว่า BTC บนงบดุลต้องทำงาน ไม่งั้น halving รอบหน้าจะกดมาร์จิ้นยับ

การขุดในรอบนี้ดูเหมือนธุรกิจที่ผลตอบแทนลดลงเรื่อย ๆ: halving ตัดรายได้ ค่าธรรมเนียมมีพุ่งเป็นช่วง ๆ แต่ค่าไฟไม่ถูกลง Wintermute มองว่าคนที่รอดคือคนที่เริ่มมองสต็อก BTC เป็น “สินทรัพย์ที่ทำงานได้” ไม่ใช่ “กล่องเก็บของศักดิ์สิทธิ์”

➡️ ทำไมนักขุดถึงหนักในรอบนี้

🟡 ตามมุมมองของ Wintermute ครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ BTC ไม่ให้การเติบโตแบบ x2 ที่เคยช่วยชดเชยรายได้หลัง halving
🟡 กำไรขั้นต้นไปชนระดับที่เมื่อก่อนมักถูกมองว่าเป็น “ก้นตลาดหมี”
🟡 ตลาดค่าธรรมเนียมอุดช่องว่างไม่ได้: เป็นเหตุการณ์เป็นครั้งคราว ไม่ใช่โครงสร้างถาวร
🟡 ต้นทุนพลังงานยังบีบเศรษฐศาสตร์การขุด — และแรงกดดันนี้ไม่เหมือนรอบ 2018/2022

➡️ เลี้ยวไปทาง AI ฟังดูดี แต่เป็นศัลยกรรมราคาแพง

🟡 นักขุดสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ไฟถูกมาหลายปี — ตอนนี้เลยมีสิ่งที่อุตสาหกรรม AI ต้องการที่สุด: พลังงาน + ฐาน data center
🟡 แต่การไปทำ AI hosting ไม่ใช่ “เอาเซิร์ฟเวอร์ตั้งแล้วจบ” — เป็นการเปลี่ยนทิศที่ใช้เงินลงทุนสูงและหักมุมแรง
🟡 ตัวอย่างตลาด: MARA ส่งสัญญาณพร้อมขาย BTC บางส่วนเพื่อกลยุทธ์ AI และนักขุดบริษัทมหาชนรวมกันขายไปแล้ว >15,000 BTC ตั้งแต่เดือนตุลาคม

➡️ “ยุค HODL” กำลังจบ: นักขุดมีเครื่องมือทั้งชุดที่แทบไม่ได้ใช้

🟡 Wintermute ระบุว่านักขุดโดยรวมถือ BTC ราว 1% ของ supply ทั้งหมด — มรดกของยุค “ถืออย่างเดียว”
🟡 ขณะที่ treasury management แบบเต็มรูปแบบแทบไม่ถูกใช้ในหลายราย
🟡 แนวคิดง่าย ๆ: ถ้าโมเดลธุรกิจมันโหดขึ้น ความยืดหยุ่นต้องหาเอาจากงบดุล

➡️ ทำให้ BTC ทำงาน: แบบ passive และ active

🟡 แบบ passive: เอา BTC ไปวางในโปรโตคอล lending เพื่อรับดอก/ผลตอบแทน (โดยเข้าใจความเสี่ยงคู่สัญญา)
🟡 แบบ active: สร้างรายได้จากความเสี่ยงตลาดผ่านโครงสร้างอนุพันธ์
🟡 ตัวอย่างที่ยกมา: covered calls, cash-secured puts — เปลี่ยนความผันผวนให้เป็นกระแสเงินสด
🟡 Wintermute พูดตรง ๆ: การบริหารงบดุลแบบ active คือคันโยกที่ถูกใช้ “น้อยที่สุด” ของนักขุด

➡️ หมายความว่าอย่างไรต่ออุตสาหกรรม

🟡 เกิด “การคัดกรองแบบสุขภาพดี”: ตลาดดันคนอ่อนออกและเพิ่มประสิทธิภาพ — เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ Bitcoin
🟡 halving รอบหน้าจะเป็นตัวกรอง: ใครที่ BTC แค่นอนอยู่ ก็ต้องพึ่งดวงราคากับค่าธรรมเนียม
🟡 ใครที่ทำให้ BTC ทำงานได้ จะได้เปรียบเชิงโครงสร้างและมีโอกาสรอดจากมาร์จิ้นที่ถูกบีบมากกว่า

สรุป: การขุดไม่ใช่เรื่อง “ขุดแล้วถือ” อีกต่อไป ตอนนี้คือ “บริหารพลังงานและงบดุล” halving รอบหน้าจะให้รางวัลไม่ใช่คนที่ใหญ่สุด แต่คนที่ปรับตัวเก่งสุด — คนที่เปลี่ยน BTC reserve ให้เป็นสินทรัพย์ทำงาน ไม่ใช่อนุสาวรีย์ยุค HODL

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
28👍4
🇦🇺 ออสเตรเลียขยับเรื่องใบอนุญาตแพลตฟอร์มคริปโต: คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไฟเขียวกฎหมายปี 2025

ออสเตรเลียกำลังเข้าใกล้กรอบกำกับดูแลแยกต่างหากสำหรับ crypto exchange และ tokenization: คณะกรรมาธิการวุฒิสภาสนับสนุนร่างกฎหมายที่โดยพฤตินัยจะดึงผู้เล่นหลักเข้าไปอยู่ภายใต้กรอบ AFSL (Australian Financial Services Licence)

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของวุฒิสภาสนับสนุน Corporations Amendment (Digital Assets Framework) Bill 2025 และแนะนำให้ผ่าน
🟡 เป้าหมายคืออุด “ช่องโหว่” การกำกับดูแลแพลตฟอร์มที่ถือสินทรัพย์ของลูกค้า (หลังเคสระดับ FTX)
🟡 ต่อไปคือเข้าสู่วุฒิสภาเพื่ออภิปรายและโหวตขั้นสุดท้าย

➡️ ใครจะถูกกำกับ

🟡 มีหมวดใหม่: Digital Asset Platforms (DAPs) และ Tokenised Custody Platforms (TCPs)
🟡 โดยสาระคือครอบคลุม exchange แบบรวมศูนย์และแพลตฟอร์ม custodial/tokenised ที่ถือสินทรัพย์ลูกค้า
🟡 เสนอให้มองเป็น financial products ภายใต้ Corporations Act และ ASIC Act เพื่อดึงเข้า AFSL

➡️ อะไรจะเปลี่ยนสำหรับแพลตฟอร์มที่มีไลเซนส์

🟡 ต้องทำตามมาตรฐานการ custody และ settlement ที่ ASIC กำหนด
🟡 จะมี tailored disclosure สำหรับผู้ใช้ retail
🟡 เพิ่มข้อกำหนดด้าน conduct, management และ governance ของแพลตฟอร์ม

➡️ ใครอาจได้ข้อยกเว้น

🟡 ผู้ให้บริการขนาดเล็กที่มีปริมาณธุรกรรมต่อปี < 10m AUD (~$7m) อาจเข้าข้อยกเว้น
🟡 ผู้ให้บริการ public blockchain infrastructure บางส่วนก็อาจอยู่นอก perimeter

➡️ ประเด็นถกเถียงหลัก: “factual control” และความเสี่ยงลากโครงสร้างพื้นฐานเข้าไป

🟡 อุตสาหกรรมเตือนว่าเกณฑ์ที่กว้างของ “digital token” และ “factual control” อาจเผลอลาก software wallets และโครงสร้างพื้นฐานเข้า regulation
🟡 จุดเสียวคือ MPC: ถ้าผู้ให้บริการถือแค่ “key shard” ก็อาจถูกนับเป็น custodian แบบผิด ๆ
🟡 ข้อเสนอคือชัดเจนว่า “factual control” มีเฉพาะกรณีที่ย้ายสินทรัพย์ได้ลำพังโดยไม่ต้องให้ลูกค้ามีส่วนร่วม
🟡 คณะกรรมาธิการรับทราบ แต่เลือกจะปรับ perimeter ผ่านกฎระเบียบในอนาคต มากกว่าจะแก้คำจำกัดความหลัก

➡️ Coinbase: สนับสนุนความคืบหน้า แต่กดเรื่อง debanking

🟡 Coinbase มองว่าเป็นก้าวสำคัญต่อบทบาทของออสเตรเลียในเศรษฐกิจดิจิทัล
🟡 แต่ย้ำปัญหา debanking: ธนาคารยังจำกัดบริษัทคริปโต แม้รัฐพยายามแก้ตั้งแต่ปี 2022
🟡 เรียกร้องให้เร่งทำตามข้อเสนอของ Council of Financial Regulators

สรุป: ออสเตรเลียกำลังไปสู่โมเดล “crypto = บริการการเงิน” โดยตัวกรองหลักคือ “ใครควบคุมสินทรัพย์ลูกค้าจริง ๆ” ถ้า “factual control” ไม่ถูกปรับอย่างละเอียด อาจกระทบไม่ใช่แค่ exchange แต่รวมถึงชั้นเทคโนโลยีด้วย จับตาโหวต—ตรงนั้นจะชัดว่า perimeter จะเข้มแค่ไหน

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
8
🌐 สหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดาเปิด Operation Atlantic: ไล่ล่า “approval phishing” ในคริปโต

สามประเทศกำลังรวมพลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อจัดการกับหนึ่งในสแกมคริปโตที่เป็นพิษที่สุด — approval phishing ที่หลอกให้เหยื่อ “เซ็นธุรกรรม” ซึ่งเท่ากับให้สิทธิคนร้ายดูดโทเคนออกจากกระเป๋าได้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 สหรัฐฯ (Secret Service), อังกฤษ (NCA) และแคนาดาเปิดปฏิบัติการร่วม Operation Atlantic
🟡 โฟกัส: ระบุตัวคน “กลุ่มเสี่ยง” และผู้ที่เสียคริปโตไปแล้วจาก approval phishing
🟡 เป้าหมาย: ไม่ใช่แค่สืบสวนหลังเกิดเหตุ แต่ตัดวงจรเกือบแบบ real-time และพยายามกู้คืนของที่ถูกขโมย

➡️ approval phishing ทำงานยังไง (ทำไมอันตรายกว่าฟิชชิ่งทั่วไป)

🟡 ไม่ได้ให้คุณ “กรอก seed” — แต่พาไปให้ เซ็นธุรกรรม
🟡 พอเซ็นแล้ว เท่ากับอนุญาตให้ที่อยู่ของคนร้ายใช้จ่ายโทเคนบางชนิดจากกระเป๋าคุณได้
🟡 หลังจากนั้นกระเป๋าสามารถถูก “รีด” เมื่อไรก็ได้ ตราบใดที่ approval ยังเปิดอยู่

➡️ ใครมีส่วนร่วม (และทำไมไม่ใช่แค่ตำรวจ)

🟡 ฝั่งแคนาดา: Ontario Provincial Police และ Ontario Securities Commission
🟡 มี RCMP, City of London Police, US Attorney’s Office (DC) และ FCA ของอังกฤษเข้าร่วมด้วย
🟡 สัญญาณสำคัญ: นี่ไม่ใช่แค่ “อาชญากรรมไซเบอร์” แต่เป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการเงินและแรงกดดันด้านกำกับดูแล

➡️ ต่อยอดจากอะไร: Project Atlas → ขยายผล

🟡 Operation Atlantic อาศัยงานก่อนหน้า รวมถึง Project Atlas
🟡 ไม่ใช่ PR ครั้งเดียว แต่เป็นการต่อยอดเครือข่ายทำงานร่วมกันที่มีอยู่แล้วเพื่อสู้กับเครือข่ายคริปโตฟรอด

➡️ ฟิชชิ่งกำลังเพิ่มขึ้นไหม? ภาพรวมยังปนกัน

🟡 บางรายงานชี้ว่าเดือนกุมภาพันธ์มีการพุ่งขึ้นของการโจมตีฟิชชิ่ง
🟡 แต่ยอดรวมที่ถูกขโมยจากสแกมและ exploit ในช่วงนั้นลดลง (หลังมกราคมที่ใหญ่มาก)
🟡 อย่างไรก็ตาม approval phishing เป็นพิษระยะยาว: นักวิเคราะห์ประเมินว่าหลายปีมีเงินหายไปเป็นพันล้าน

➡️ หมายความว่าอะไรต่อผู้ใช้และตลาด

🟡 จะมีการแทรกแซง “แบบทันที” มากขึ้น: โดเมน วอลเล็ต และโครงสร้างพื้นฐานของสแกมจะถูกปิดเร็วขึ้น
🟡 กระดานเทรดและผู้ให้บริการวอลเล็ตอาจเพิ่มการตรวจจับ “approval น่าสงสัย” และคำเตือนใน UI
🟡 บทสรุปสำหรับผู้ใช้: ตอนนี้อันตรายที่สุดไม่ใช่ “เผลอแชร์ seed” แต่คือ “เซ็น approval ผิด”

❗️ เช็กลิสต์ป้องกันแบบสั้น:

🟡 อย่าเซ็น “Approve” บน dApp/เว็บที่ไม่รู้จัก แม้ลิงก์จะดูน่าเชื่อถือ
🟡 จำกัดวงเงินและสิทธิ ใช้วอลเล็ตแยกสำหรับ farming/quest
🟡 ล้าง approvals เป็นประจำ (โดยเฉพาะหลัง airdrop/quest)

สรุป: อุตสาหกรรมกำลังขยับจาก “จับหลังเกิดเหตุ” ไปสู่ “ตัดวงจรตอนเกิดเหตุ” — ข่าวร้ายสำหรับ phisher แต่กฎของผู้ใช้ไม่เปลี่ยน: approve ผิดครั้งเดียว อาจเสียทั้งวอลเล็ตได้ รักษาวินัยไว้

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
12
🏛 วุฒิสภาสหรัฐใกล้ได้ข้อประนีประนอมเรื่องกฎหมายคริปโต: ติดที่ “yield” ของ stablecoin

วุฒิสภากลับมาเดินหน้า market structure bill อีกครั้ง แต่ตัวที่ค้างหลักคือการห้าม/จำกัดการจ่ายผลตอบแทน (yield) บน stablecoin โดยบุคคลที่สาม (exchange, platform) ประธาน Banking Committee อย่าง Tim Scott บอกว่าข้อความประนีประนอมอาจออกมาได้ภายในสัปดาห์นี้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 Senator Tim Scott ระบุว่าเขาคาดว่าจะได้ข้อเสนอประนีประนอมฉบับแรกสำหรับประเด็นที่ถกเถียง “ภายในสิ้นสัปดาห์”
🟡 เป็นเรื่องของบทบัญญัติที่อาจห้ามบุคคลที่สามเสนอ “yield” บน stablecoin
🟡 ส่วนนี้เองที่ทำให้ร่างกฎหมายทั้งฉบับค้างอยู่ตั้งแต่หยุดพักในเดือนมกราคม

➡️ ทำไม “yield” ถึงกลายเป็นจุดปะทะหลัก

🟡 ฝั่งล็อบบี้ธนาคารมองว่า yield บน stablecoin จาก exchange เป็นการเลี่ยงตรรกะของ GENIUS Act (ที่จำกัด yield จากฝั่งผู้ออกเหรียญ)
🟡 เหตุผล: อาจกระตุ้น deposit flight (เงินฝากไหลออกจากธนาคาร) และกระทบเสถียรภาพระบบ
🟡 ฝั่งคริปโตโต้ว่า ธนาคารแค่กดดันคู่แข่งและพยายาม “ปิดก๊อก” สิ่งจูงใจให้ลูกค้า

➡️ ในร่างกฎหมายไม่ได้เถียงกันแค่เรื่อง yield

🟡 Scott บอกว่า yield คือปัญหา “ดังที่สุด” แต่ก็ยังต่อรองกันเรื่อง:
🟡 จริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน
🟡 ส่วน DeFi (อะไรนับว่า decentralized และจะจัดการอย่างไร)
🟡 “ใครอยู่ในกฎ ใครถูกยกเว้น” (carve-in / carve-out perimeter)

➡️ ประเด็นเชิงกระบวนการ: วุฒิสภามีสองคณะกรรมาธิการ

🟡 Banking Committee (กำกับ SEC) เลื่อน markup แบบไม่มีกำหนดในเดือนมกราคม
🟡 Agriculture Committee (กำกับ CFTC) ช่วงเดียวกันผลักส่วนของตนไปถึงระดับวุฒิสภาแล้ว
🟡 ดังนั้นการขยับไม่ใช่คันโยกเดียว แต่คือการซิงก์สองโซนกำกับ (SEC/CFTC)

➡️ หมายความว่าอะไรต่อตลาด

🟡 ถ้าข้อประนีประนอมเรื่อง yield ออกมาจริง นี่อาจเป็นทางออกจริงครั้งแรกของโครงสร้างกฎในสหรัฐ
🟡 ข้อความสุดท้ายจะชี้ว่า “yield บน stables” จะยังเป็นเครื่องมือของ exchange หรือจะเข้าพื้นที่สีเทา/ถูกจำกัด
🟡 กฎยิ่งชัด TradFi ยิ่งเข้ามาง่าย — แต่ยิ่งเข้มกับ yield ก็ยิ่งกระทบ “การเติบโตของโปรดักต์” ของแพลตฟอร์มคริปโต

สรุป: ตลาดไม่ได้รอ “กฎหมายอีกฉบับ” แต่รอคำตอบว่าใครมีสิทธิ์จ่าย yield บนดอลลาร์ดิจิทัล — ธนาคาร ผู้ออกเหรียญ exchange หรือไม่มีใครเลย ข้อประนีประนอมเรื่อง yield อาจเป็นกุญแจที่ทำให้ทั้งโครงสร้างขยับได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
6
📈 รายย่อยซื้อทองพุ่ง 3 เท่าใน 6 เดือน ขณะที่วอลล์สตรีทขาย — BIS

ขณะที่ฝูงชน “all-in” ทองผ่าน ETF ฝั่งสถาบันค่อย ๆ ลดพอร์ตลง BIS พูดชัด: ความคึกคักของรายย่อยและ leverage ในอนุพันธ์ ทำให้เกิดเงื่อนไขสำหรับการแกว่งแรง — และ pullback ที่ตามมา

➡️ BIS บอกอะไรจากกระแสเงิน

🟡 ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา การซื้อทองของรายย่อยเพิ่มขึ้น 3 เท่า
🟡 ตั้งแต่ Q2 2025 รายย่อยถูกประเมินว่าซื้อทองผ่าน ETF ราว $70B
🟡 กระแสเงินรายย่อยแบบสะสมเพิ่มจากราว $20B เป็น ~$60B ช่วงปลาย Q3 2025 ถึงปลาย Q1 2026
🟡 ท่ามกลางนั้น “smart money” เริ่มขาย — และการขายเร่งขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนล่าสุด

➡️ เทรนด์หักตรงไหน

🟡 BIS ระบุว่า “retail-driven exuberance” ผ่าน ETF ปูทางให้ “outsize moves”
🟡 การขายของสถาบันเริ่มราวกลางพฤศจิกายน และหลังการปรับฐานเดือนมกราคม — หนักขึ้น
🟡 ตลาดกลับทิศไม่ใช่เพราะ “ทองไม่ดี” แต่เพราะโครงสร้างโพซิชันเปราะบาง

➡️ ทำไมร่วงแรง

🟡 ปลาย ม.ค.–ก.พ. 2026 ทองและเงินเกิดการกลับตัวแรง
🟡 ตัวเร่ง: การปรับสมดุลรายวันของ leveraged ETF + การล้างพอร์ตจากมาร์จิน
🟡 เงินยิ่งหนักกว่า: นักเก็งกำไรรายเล็ก (“non-reportables”) กอง long แบบ over-leveraged ก่อนร่วง

➡️ ราคาตอนนี้ (ขนาดของการย่อ)

🟡 ทองประมาณ −9% จาก ATH ช่วงปลายมกราคม
🟡 เงินร่วงแรงกว่า — ราว −34% ในช่วงเดียวกัน
🟡 BIS ผูกความผันผวนกับ forced selling (ETF/CTA/margin) ไม่ใช่ “พื้นฐานล้วน ๆ”

➡️ ฉากหลังมาโคร: ดอลลาร์และคาดการณ์ดอกเบี้ย

🟡 การลงของโลหะสอดคล้องกับการเปลี่ยนคาดการณ์นโยบายการเงินสหรัฐ
🟡 ดอลลาร์ (DXY) เพิ่มราว +4.7% ตั้งแต่ปลายมกราคม
🟡 BIS ชี้ว่า: ความแรงระดับนี้อธิบายด้วยพื้นฐานอย่างเดียวได้ยาก — โครงสร้างกระแสเงินทำงานของมัน

➡️ ทำไมคริปโตควรสนใจ

🟡 ทองราว +60% ในรอบปี และบางส่วนมองว่าเป็นคู่แข่ง “store of value” กับ BTC
🟡 ฝั่งคริปโตถอยจากจุดพีกของ market cap ชัดเจน และความสนใจรายย่อยยังอ่อน
🟡 บทเรียนเดียวกัน: เมื่อฝูงชนดันเทรนด์ด้วย ETF และ leverage การกลับตัวมักไม่ “สวย” — มาด้วย forced selling

สรุป: ทองไม่ใช่ “สินทรัพย์เงียบ” หากรายย่อยเข้าผ่าน leveraged ETF และสถาบันเริ่มกระจายของบนยอด นี่คือกลไกเดียวกับคริปโต: กระแสเงินสร้างเทรนด์, leverage ทำให้ตอนจบเจ็บ

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
3
📈 BTC ส่งสัญญาณบูลรันระยะต้น แต่ยังไม่ยืนยัน: Glassnode มองว่า “จุดเกณฑ์” ยังอยู่ข้างหน้า

การพุ่งของ Bitcoin ไปที่ $76,000 ทำให้ความหวังกลับมา แต่ภาพ on-chain ยังดูเหมือนช่วงฟื้นตัวระยะต้นมากกว่า — มีความผันผวน มีแรงขายแบบ “ขายตอนขึ้นแรง” และยังไม่มีการยืนยันแนวโน้มขั้นสุดท้าย

➡️ “โซนเปิด” $72K–$82K: ทำไมราคาถึงอาจแกว่งได้เร็วขึ้น

🟡 Glassnode ระบุว่าช่วง $72,000–$82,000 ค่อนข้าง “โล่ง” — คลัสเตอร์สะสมน้อย จึงมีแนวต้านน้อยกว่า
🟡 เห็นได้จาก URPD (UTXO Realized Price Distribution) — จุดที่นักลงทุนเคยซื้อในอดีต
🟡 หากโมเมนตัมยังอยู่ BTC อาจเคลื่อนไหวในช่วงนี้ได้อิสระขึ้นในระยะสั้น

➡️ “จุดเกณฑ์บูล” หลัก: ความสามารถทำกำไรของตลาด

🟡 สัดส่วน supply BTC ที่ “อยู่ในกำไร” ขยับขึ้นมา ~60% — ระดับปกติของช่วงฟื้นตัวระยะต้น
🟡 แต่เพื่อสัญญาณที่มั่นใจ Glassnode อยากเห็นสูงกว่า 75% แบบยืนได้
🟡 หากตลาดกลับมา “ติด” และถูกปฏิเสธแถวระดับปัจจุบัน จะย้ำภาพ “bear market recovery” มากกว่าการเริ่มบูลเต็มรูปแบบ

➡️ ทดสอบความแข็งแรง: ตลาดรับแรงทำกำไรได้ไหม

🟡 เมื่อขึ้นเหนือ $74,000 ผู้ถือระยะสั้นเริ่มทำกำไรอย่างจริงจัง
🟡 กำไรที่รับรู้แล้วเร่งไปที่ $18.4M ต่อชั่วโมง
🟡 คล้าย “รัลลี่ล้มเหลว” ในอดีต ที่แรงขายตอนขึ้นทำให้โมเมนตัมดับ
🟡 หาก BTC ย่อย sell pressure นี้ได้และยืนเหนือ $70,000 โอกาสไป $78,000–$82,000 จะเพิ่มขึ้น

➡️ เทคนิคยังระวัง: โครงสร้างแนวโน้มยังไม่กลับตัว

🟡 ในกรอบรายวัน/รายสัปดาห์ BTC ยังอยู่ในโครงสร้าง lower highs / lower lows — ยังไม่ยืนยันโครงสร้าง bullish
🟡 การกลับตัวเต็มรูปแบบต้อง breakout และยืนเหนือ lower high ก่อนหน้าแถว $97,855
🟡 โซนนี้ทับกับ Fibo “golden zone” (0.5–0.618) — พื้นที่คลาสสิกที่ตัดสินชะตาแนวโน้ม

➡️ ตัวชี้วัดวัฏจักรก็ยังไม่ให้ไฟเขียว

🟡 CryptoQuant Bull-Bear Cycle ยังอยู่โซน bearish: ดีขึ้นเป็น −0.72 (จาก −1) แต่ยังไกลจาก “bull mode”
🟡 การยืนยันต้องขึ้นเหนือ 1
🟡 ระดับเริ่มต้นที่น่าจับตา: ทะลุเหนือ MA 365 วัน (ประมาณ −0.23) เป็นตัวกรองเทรนด์ระยะยาว

สรุป: ตลาดเริ่มไม่ดู “ตาย” แล้ว — แต่ยังไม่ใช่ bull run เป็นช่วงที่สองบททดสอบสำคัญที่สุดคือ รับแรงทำกำไรให้ได้ และดันสัดส่วน supply ที่อยู่ในกำไรให้เกิน 75% หากยังไม่ถึง จุดพุ่งขึ้นใดๆ ยังเสี่ยงโดนขายเร็ว เฝ้าดู $70K เป็นฐาน และโซน $78K–$82K เป็น stress test ใกล้สุด

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
19👍12
🛢 น้ำมันแกว่งหนัก ตลาดร่วง: อิหร่านขู่ตอบโต้ และ BTC กลับมาเทรดแบบ “risk” อีกครั้ง ไม่ใช่ safe-haven

ความตึงเครียดรอบฮอร์มุซเปิดโหมด risk-off อีกครั้ง: น้ำมันทำแท่งแรง เอเชียเป็นแดง และ crypto ร่วง “ไปพร้อม” กับหุ้น — ตรงข้ามกับภาพที่หลายคนชอบขาย BTC ว่าเป็น safe-haven

➡️ อะไรเป็นตัวกระตุ้น

🟡 Trump ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดภายใน 48 ชั่วโมง
🟡 อิหร่านตอบ: การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน/น้ำ จะถูกตอบโต้ด้วยการโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอ่าวเปอร์เซีย
🟡 มีการขู่ปิดฮอร์มุซทั้งหมด — หนึ่งในเส้นเลือดหลักของน้ำมันโลก

➡️ ปฏิกิริยา crypto: liquidation และ “extreme fear”

🟡 BTC ราว −1.8% ใน 24 ชม. มาที่ $68,160 และหลุด $67,600 ช่วงท้าย
🟡 liquidation ตลาด crypto 24 ชม.: ราว $336.3M
🟡 เกือบหนึ่งในสาม (~$100M) มาจาก BTC longs ที่พัง
🟡 Fear & Greed Index อยู่ในโซน extreme fear แถว 8: sentiment ต่ำมากในเชิงประวัติศาสตร์

➡️ น้ำมันและเอเชีย: ความผันผวนคือ driver หลัก

🟡 น้ำมันพุ่งเหนือ $100 แล้วถอยลง ~$97 ก่อนเด้งกลับ ~$99
🟡 Brent กระโดดเหนือ $114 แล้วทรงตัวต่ำกว่า $113
🟡 ตลาดเอเชียร่วง: ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ราว −0.8% ญี่ปุ่นมากกว่า −4%

➡️ ทำไม crypto ไม่ใช่ “ที่หลบภัย” ตอนนี้

🟡 ผู้เล่นตลาดมองว่า crypto เทรดพ่วงหุ้น ไม่ได้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
🟡 ผู้นำ macro คือ น้ำมัน: การกระชากราคาทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อเปลี่ยนเร็ว
🟡 ส่งต่อไปยังเดิมพัน Fed: โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มจากราว 0% เป็น 12.4% ในสัปดาห์เดียว

➡️ ระดับราคา BTC และเงื่อนไขการกลับตัว

🟡 $68,000 คือโซนทดสอบ support ใกล้สุด
🟡 ถ้าหลุด support ถัดไปที่สำคัญคือ $65,800
🟡 หากต้องการ “recovery narrative” ที่ชัด BTC ต้องกลับไปยืนเหนือ $71,500 ให้ได้

➡️ BTC ยังมี “กันชน” จากสถาบัน

🟡 แม้ความกลัวสูง แต่โครงสร้าง TradFi ยังแข็ง: net inflows เข้า BTC ETFs เดือนนี้ราว $1.43B
🟡 ช่วยลดโอกาส “empty crash” แต่ข่าวฮอร์มุซตอนนี้สำคัญกว่าสัญญาณในกราฟ

สรุป: ตราบใดที่ฮอร์มุซและน้ำมันกำหนดจังหวะ crypto จะสะท้อนความกลัว macro และแกว่งไปพร้อมตลาด แต่เมื่อ sentiment อยู่ก้นเหวและ inflows ETF ยังมาเรื่อย ๆ มักเกิดฐานสำหรับการฟื้นตัว — คำถามคือภูมิรัฐศาสตร์จะให้ตลาดหายใจเมื่อไหร่

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
4
🤖 AI และสเตเบิลคอยน์กำลังยืนได้ดีกว่าตลาด: ปี 2026 กำลังเปลี่ยนคริปโตจากคาสิโนให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

ในขณะที่ตลาดปี 2026 ถูกกดดันจากสงคราม / Fed และอัลต์ส่วนใหญ่ยังไปต่อไม่ออก มีอยู่ 2 กลุ่มที่ดูเหมือน “ผู้รอดชีวิต” นั่นคือ AI tokens และสเตเบิลคอยน์ เหตุผลก็ง่ายมาก — เพราะตรงนั้นมีการใช้งานจริง มีสภาพคล่อง และมีดีมานด์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่มีแค่ความเชื่อว่าจะคูณสิบ

➡️ ตัวเลขกำลังบอกอะไร (และทำไมมันถึงสำคัญ)

🟡 BTC ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ −18.5% มูลค่าตลาดรวมอยู่ราว $2.42T
🟡 กลุ่ม AI มีการย่อตัวน้อยที่สุดใน Q1’26: −14%
🟡 สเตเบิลคอยน์: มาร์เก็ตแคปทำจุดสูงสุดใหม่ — $320B ส่วนวอลุ่มรายเดือนทำสถิติใหม่ที่ $1.8T

➡️ AI และสเตเบิลกำลัง “หัก” เทรนด์ขาลง

🟡 ในรายงานรายเซกเตอร์ AI คือกลุ่มที่ลงน้อยกว่ากลุ่มอื่น (ขณะที่ Consumer/Culture ลงแรงกว่า และแพลตฟอร์ม smart contract กับ “currencies” ก็ลงลึกกว่าเช่นกัน)
🟡 ความหมายก็คือ: เงินทุนกำลังไหลออกจาก “momentum และ meme” ไปสู่สิ่งที่ดูเป็นธุรกิจ / โครงสร้างพื้นฐานมากกว่า
🟡 ตลาดกำลังเริ่มมีตรรกะง่าย ๆ: การเก็งกำไรตายก่อน โครงสร้างพื้นฐานอยู่ได้นานกว่า

➡️ AI tokens: ตลาดกำลังกลับมาเลือกของที่ “ใช้งานได้จริง”

🟡 มาร์เก็ตแคปของ AI tokens อยู่ราว $17.4B และเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
🟡 ผู้นำการเติบโต: Bittensor และ NEAR (ในต้นฉบับระบุ +75% และ +30% ในช่วงเวลาเดียวกัน)
🟡 เรื่องราวพวกนี้ไม่ใช่คำสัญญาเรื่อง “การปฏิวัติ” แต่คือการเดิมพันว่า AI เป็นเทรนด์ระยะยาวที่ไม่ได้ดับไปพร้อมกับการจบของ bull run

➡️ สเตเบิลคอยน์: “ดอลลาร์บนอินเทอร์เน็ต” ยังโตแม้ตอนตลาดไหลลง

🟡 USDT ยังคงครองความเป็นผู้นำที่ราว $184B (ประมาณ 57% ของอุปทานทั้งหมด)
🟡 USDC กำลังเติบโตในฐานะสินทรัพย์เชิงโครงสร้างพื้นฐาน (ในต้นฉบับ: อุปทานราว $78B และโตหลายเท่าตั้งแต่ปี 2023)
🟡 ในตลาดหมี สเตเบิลคือ:
🟡 อำนาจซื้อ คู่เทรด รางสำหรับการชำระบัญชี และฐานของผลิตภัณฑ์ RWA กับ yield
🟡 หรือพูดอีกแบบคือ ตลาดยังต้องการมัน แม้ในวันที่ “ทุกอย่างแดงหมด”

➡️ ทำไมสองเทรนด์นี้ถึงมาบรรจบกัน

🟡 ธีสิสง่ายมาก: AI ต้องการการจ่ายเงินที่เร็วและถูก ส่วนสเตเบิลคอยน์ก็คือ “เงินอินเทอร์เน็ต” สำหรับสิ่งนั้น
🟡 ทั้งสองเซกเตอร์อยู่ตรงจุดตัดของเทคโนโลยี การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์
🟡 นั่นจึงเป็นที่มาของประโยคที่อธิบายทุกอย่างได้หมด: ปี 2026 คือการเปลี่ยนผ่านจาก Speculation → Infrastructure

สรุป: ถ้าในปี 2026 คุณยังรอ “altseason ที่ทุกอย่างพุ่งหมด” อยู่ มีโอกาสสูงมากว่าคุณกำลังมองผิดจุด ตลาดกำลังเริ่มให้พรีเมียมกับการใช้งานจริงและกับ rail — และ AI กับสเตเบิลคอยน์ก็คือแก่นของเรื่องนี้ จับตาโครงสร้างพื้นฐานไว้ให้ดี — เพราะมันคือสิ่งที่ดูดสภาพคล่องก่อนใครเมื่อ hype จบลง

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
2
💸 นักลงทุนหนีไปถือเงินสด: บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขึ้น, น้ำมัน >$90 — Bitcoin ไปต่อยาก

ท่ามกลางสงครามรอบอิหร่าน การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นักลงทุนจำนวนมากกำลังเลือกกลยุทธ์ง่าย ๆ คือ ขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้วถือเงินสดไว้ ในสถานการณ์แบบนี้ Bitcoin จึงยากที่จะปรับขึ้นอย่างมั่นใจ แม้ข้อมูล onchain จะดูไม่ได้แย่ก็ตาม

➡️ อะไรกำลังกดดันตลาดอยู่ตอนนี้

🟡 ราคาน้ำมันขึ้นไปเหนือ $90 จากความขัดแย้ง และสิ่งนี้กำลังกระตุ้นความคาดหวังเงินเฟ้ออีกครั้ง
🟡 ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี ขึ้นไปแตะ ~4.10% — สูงสุดในรอบประมาณ 9 เดือน
🟡 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบครึ่งปีหรือมากกว่า — ผู้คนเลือกที่จะ “นั่งถือเงินสด”

➡️ ทำไมแม้แต่ทองและบอนด์ก็ยังถูกขาย

🟡 เมื่อความกังวลเริ่มมา หลายคนจะเพิ่มเงินสดเพื่อ:
— ปิดการขาดทุนและไม่ให้โดน forced selling
— รอให้ตลาดลงต่อ
— เก็บโอกาสไว้ซื้อของถูกในภายหลัง
🟡 การที่ทองคำร่วงในบรรยากาศแบบนี้บอกว่า ตอนนี้สภาพคล่องสำคัญกว่าสตอรี่แบบ “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง”
🟡 การเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เป็นสัญญาณเดียวกัน: ผู้เล่นอยากถือเงินไว้ใกล้ตัว

➡️ ความเสี่ยงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง

🟡 ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกรกฎาคมที่ ~20.5% (ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ก่อนแทบไม่มีใครคิดแบบนั้น)
🟡 ดอกเบี้ยสูงทำให้เศรษฐกิจเย็นลง: ธุรกิจกู้เงินและขยายตัวได้ยากขึ้น
🟡 สำหรับสินทรัพย์เสี่ยง นี่มักเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี — เพราะเงินกลายเป็น “ของแพงขึ้น”

➡️ สงครามเพิ่มแรงกดดันผ่านงบประมาณและเงินเฟ้อ

🟡 ในสหรัฐฯ มีการพูดถึงการใช้จ่ายเพิ่มเติมกับความขัดแย้งนี้ (ในต้นฉบับระบุตัวเลข $200 พันล้าน)
🟡 ยิ่งงบทางทหารสูงขึ้น และยิ่งน้ำมันแพงขึ้น ก็ยิ่งยากที่จะหวังการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว
🟡 สิ่งนี้ทำให้ตลาดยังคงอยู่ในโหมดป้องกันตัว

➡️ บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ก็ร่วงเช่นกัน

🟡 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท IT รายใหญ่หลายแห่งปรับตัวลงอย่างชัดเจน (ในต้นฉบับ — 10% ขึ้นไป)
🟡 ท่ามกลางเงินที่แพงขึ้นและการพูดถึงภาวะร้อนแรงเกินไปในฝั่ง AI ความกลัวก็กำลังเพิ่มขึ้น: ไม่เศรษฐกิจชะลอ ก็เงินเฟ้อระลอกใหม่
🟡 บวกกับแรงกดดันจากหนี้ภาครัฐสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น (ในต้นฉบับ — มากกว่า $39 ล้านล้าน) ก็ยิ่งทำให้ภาพรวมแย่ลง

➡️ สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับ Bitcoin

🟡 ตราบใดที่นักลงทุนยังยึดแนวทางถือเงินสด Bitcoin ก็มักจะร่วงไปพร้อมกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
🟡 หากความตึงเครียดรอบอิหร่านและราคาน้ำมันยังอยู่ต่อ ความเสี่ยงที่จะลงไปที่ $66,000 ยังไม่หายไป
🟡 ถ้าจะฟื้นแบบมั่นคง ตลาดต้องสงบลงก่อน: น้ำมันต้องลง และความคาดหวังต่อนโยบายเข้มงวดของ Fed ต้องอ่อนลง

สรุป: ตอนนี้ Bitcoin ไม่ได้ติดอยู่ที่ “แนวเทคนิค” แต่ติดอยู่กับสภาพแวดล้อมของตลาดโลก ตราบใดที่น้ำมันยังผลักดันความคาดหวังเงินเฟ้อ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังขึ้นต่อ นักลงทุนก็จะยังกอดเงินสดไว้แน่น จับตาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ดี — เพราะตอนนี้สองอย่างนี้กำลังกำหนดอารมณ์ของตลาด

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
15
📉 Bitcoin ใน “ระยะท้าย” ของตลาดหมี: ระดับสำคัญที่ควรสังเกต

ราคาของ Bitcoin ได้ลดลงมากกว่า 44% จากจุดสูงสุด $126,000 และตัวชี้วัด on-chain และเทคนิคหลักแสดงว่า BTC ได้เข้าสู่ระยะท้ายของตลาดหมีแล้ว

➡️ สภาพตลาดปัจจุบัน

🟡 ความกลัวของตลาดยังคงรุนแรง: Fear & Greed Index 15
🟡 ~40% ของเหรียญทั้งหมดอยู่ในสถานะขาดทุน ตามข้อมูล NUPL
🟡 กำไรที่ทำได้ลดลงจาก $3B/วัน ในเดือนกรกฎาคม 2025 เหลือต่ำกว่า $0.1B/วัน — ลดลง 96% แสดงถึงความอ่อนแรงของความต้องการ
🟡 กระแสสภาพคล่องถูกบีบ ตัวขายที่มีกำไรลดลง

➡️ ทำไมจึงถือเป็นระยะท้ายของตลาดหมี

🟡 การ realize ขาดทุนมากและความต้องการลดลงเป็นลักษณะทั่วไปของเฟสท้ายของวงจรตลาดหมี
🟡 การฟื้นตัวมักต้องใช้เวลา ราคาลดลงเพิ่มเติม หรือเงินทุนใหม่เข้าสู่ตลาด
🟡 relative unrealized losses มีแนวโน้มคงที่ประมาณ 15% ตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน

➡️ ระดับแนวรับและแนวต้านของ BTC

🟡 $70,200 — โซนแนวรับที่กำลังก่อตัวตามต้นทุนซื้อรายสัปดาห์–รายเดือน
🟡 แนวรับด้านล่าง: $65,000–$60,000 ระดับสำคัญสำหรับการลดลงลึก — realized price ~ $54,000
🟡 แนวต้านด้านบน: $82,200–$84,000 โซนอัดเหรียญของผู้ถือระยะสั้น อาจเพิ่มแรงกดดันขาย

➡️ ข้อสังเกตสำคัญสำหรับเทรดเดอร์

🟡 หลังจากเด้งจากจุดต่ำกว่า $60,000 คู่ BTC/USD ยังคงอยู่ในกรอบ
🟡 การขึ้นล่าสุดถึง $76,000 เป็นเพียง “lower high” ในโครงสร้างตลาดหมี
🟡 การทะลุ EMA 20 วัน ($70,303) อาจนำไปสู่การลดลงสู่โซนแนวรับ $62,500–$60,000

สรุป: ตลาด BTC ยังไม่แสดงสัญญาณโมเมนตัมขาขึ้นอย่างยั่งยืน แม้จะมีการเด้งระยะสั้น ความเสี่ยงในการทดสอบระดับ $60,000–$65,000 อีกครั้งยังสูง ติดตามโซน $70,000 เป็นแนวรับหลัก และการสะสมเหรียญที่ $82,000–$84,000 ด้านบน — สิ่งนี้กำหนดศักยภาพแรงกดดันจากผู้ขาย

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
3
🇬🇧 อังกฤษเล่นงาน “ตลาดการันต์” มูลค่า $20 พันล้าน: คว่ำบาตรตัด Xinbi ออกจากคริปโต “สายขาว”

ฝั่งสหราชอาณาจักรเลือกจะโจมตีไม่ใช่ “คริปโตทั้งวงการ” แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะของพวกมิจฉาชีพ แพลตฟอร์มภาษาจีนอย่าง Xinbi ถูกคว่ำบาตร — และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโหนดสำคัญที่ใช้ให้บริการ scam center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อ Xinbi
🟡 เป้าหมายถูกพูดตรง ๆ: ตัดแพลตฟอร์มนี้ออกจากตลาดคริปโตที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้มันส่งและรับคริปโตได้ยากขึ้น
🟡 ความเชื่อมโยงใด ๆ กับ UK จะถูกห้าม: ทรัพย์สินถูกอายัด การเข้าถึงระบบการเงินและการติดต่อทางธุรกิจถูกปิด

➡️ ทำไม Xinbi ถึงถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ

🟡 ตามการประเมินของนักวิเคราะห์ มีเงินไหลเวียนต้องสงสัยมากกว่า $19.9 พันล้านผ่าน Xinbi ในช่วงปี 2021–2025
🟡 แพลตฟอร์มนี้ถูกอธิบายว่าเป็น “guarantor marketplace” ที่มีเครื่องมือช่วยเหล่ามิจฉาชีพ: การชำระเงิน บริการ และ “โครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ”
🟡 ประเด็นสำคัญคือ Xinbi เชื่อมโยงกับบริการผิดกฎหมายอื่น ๆ — หมายความว่ามันไม่ใช่ตัวเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย

➡️ แล้วคว่ำบาตรนี้ทำอะไรบ้าง (ผลในทางปฏิบัติ)

🟡 อายัดทรัพย์สินใด ๆ ในเขตอำนาจของสหราชอาณาจักร หากเกี่ยวข้องกับ Xinbi
🟡 ห้ามธนาคาร บริษัทคริปโต และบุคคลในอังกฤษให้สินค้า บริการ เครดิต หรือการลงทุนแก่ Xinbi
🟡 พูดง่าย ๆ คือโจมตีที่ “ทางเข้าและทางออก”: ทำให้มิจฉาชีพเปลี่ยนคริปโตเป็นเงินจริงและเปลี่ยนกลับได้ยากขึ้น

➡️ มีใครโดนไปพร้อมกับ Xinbi อีกบ้าง

🟡 ในรายชื่อยังมีบุคคลที่ถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินของ Prince Group และโครงสร้าง scam ในกัมพูชา
🟡 มีการกล่าวถึงบุคคลเฉพาะที่ถูกกล่าวหาว่าบริหารกระแสเงินระหว่างประเทศและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของ scam compound

➡️ ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่ออุตสาหกรรม

🟡 จากถ้อยคำของอังกฤษจะเห็นการแยกชัดเจน: มีตลาดคริปโตที่ถูกกฎหมาย และมีชั้นโครงสร้างอาชญากรรม — ทั้งสองอย่างนี้จะไม่ถูกจับโยนรวมกันอีกต่อไป
🟡 แนวทางนี้ช่วยปรับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรม: โจมตี “โหนดมิจฉาชีพ” ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี
🟡 ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็เดินแนวคล้ายกันมากขึ้น — การคว่ำบาตรถูกพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายและตัวกลางเฉพาะเจาะจงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

สรุป: นี่ไม่ใช่การโจมตี “คริปโต” แต่เป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของการหลอกลวง — คนที่คอยให้บริการมิจฉาชีพและจัดการเรื่องการชำระเงินให้พวกมัน ยิ่งมีโหนดแบบนี้ถูกตัดออกจากช่องทาง “สายขาว” มากเท่าไร การทำ scam แบบแมสก็จะยิ่งแพงและยากขึ้นเท่านั้น

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
1
⚠️ ETH อาจลงไปถึง $1,200: “กับดักขาขึ้น” บนกราฟกำลังกลับมาอีกครั้ง

ตอนนี้มีอีกหนึ่งฉากทัศน์ที่ไม่น่าไว้ใจสำหรับ Ethereum: รูปแบบเดิมที่เคยให้สัญญาณกลับตัวขึ้นปลอมมาแล้วสองครั้ง ก่อนจะจบด้วยการร่วงเกือบครึ่ง นักวิเคราะห์ Leshka.eth เตือนว่า ถ้าระดับสำคัญเอาไม่อยู่ จุดหยุดถัดไปอาจอยู่แถว $1,200

➡️ แนวคิดของฉากทัศน์นี้คืออะไร

🟡 บนกราฟรายวันของ ETH กำลังเกิดรูปแบบเดียวกับที่ก่อนหน้านี้นำไปสู่การร่วง 45% และ 48%
🟡 ตอนนั้นภาพเป็นแบบนี้: อินดิเคเตอร์แนวโน้มส่งสัญญาณกลับตัวขึ้น ราคาเหมือนจะยืนได้ แล้วแนวรับก็พัง จากนั้นการร่วงแรงก็เริ่มต้น
🟡 ตอนนี้โครงสร้างคล้ายกันกำลังก่อตัวแถว $1,990: นี่คือระดับที่ตลาดต้องรักษาไว้ให้ได้

➡️ ทำไม $1,990 ถึงเป็นระดับสำคัญ

🟡 ก่อนหน้านี้ราคาเคยขึ้นเหนือเส้นแนวโน้ม และอยู่ช่วงหนึ่งที่เส้นนี้ทำหน้าที่เป็นแนวรับ
🟡 เมื่อแนวรับนี้หายไป การขึ้นก็พัง และการร่วงแรงก็เริ่มต้น
🟡 ตามมุมมองของนักวิเคราะห์ ถ้า $1,990 หลุดลงมา เป้าหมายถัดไปคือโซน $1,200

➡️ ภาพมหภาคกำลังแย่ลง — และมันกดดัน ETH

🟡 ความต้องการรับความเสี่ยงกำลังถูกกดจากสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน รวมถึงความกลัวเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น
🟡 ตลาดพันธบัตรไม่คาดหวังการลดดอกเบี้ยจากธนาคารกลางสหรัฐไปจนถึงเดือนธันวาคม 2027 แล้ว — นี่คือสภาพแวดล้อมที่ตึงตัวสำหรับสินทรัพย์ระยะยาว
🟡 ETH ย่อลงมากกว่า 17% จากจุดสูงสุดรายเดือนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

➡️ อุปสงค์อ่อนลง และ ETF ติดลบ

🟡 ในช่วงเวลาเดียวกัน กองทุน ETF แบบสปอตของ Ether ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิราว $300 ล้าน
🟡 อุปสงค์รวมของ Ethereum ในตัวชี้วัดบนเครือข่ายและตลาด ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในราว 16 เดือน
🟡 ในภาพแบบนี้ ความอ่อนแอของราคาจะถูกเร่งด้วยแรงขายอย่างรวดเร็ว

➡️ ผู้ถือรายใหญ่ยังไม่รีบซื้อ

🟡 ตามข้อมูลของ Glassnode กระเป๋าเงินของวาฬขนาดใหญ่มากที่ถือมากกว่า 10,000 ETH หยุดเติบโตหลังจากจุดสูงสุดช่วงปลายปี 2025
🟡 กลุ่ม 1,000–10,000 ETH และ 100–1,000 ETH ก็ดูอ่อนแรงเช่นกัน: การเปลี่ยนแปลงใกล้ศูนย์หรือเป็นลบเล็กน้อย
🟡 ภาพนี้ดูเหมือนการกระจายเหรียญและความมั่นใจของผู้ซื้อที่อ่อนแอ

➡️ อะไรที่อาจเป็นด้านบวก แต่ยังช่วยภาพรวมไม่ได้ทันที

🟡 ปัจจัยบวกที่ถูกพูดถึงคือปริมาณ ETH ในการวางเดิมพันที่เพิ่มขึ้น และอุปทานบนกระดานซื้อขายที่ลดลงสู่ระดับต่ำมาก
🟡 แต่ในระยะสั้น ตลาดก็ยังติดอยู่กับปัจจัยมหภาคและระดับ $1,990

สรุป: ตราบใดที่ ETH ยังไม่กลับเข้าสู่การเติบโตที่มั่นคง และผู้ถือรายใหญ่ยังไม่แสดงการซื้ออย่างจริงจัง ความเสี่ยงก็ยังคงอยู่ทางลง ระดับ $1,990 คือบททดสอบใกล้ที่สุด ถ้าระดับนี้เอาไม่อยู่ ฉากทัศน์การลงไปแถว $1,200 ก็จะเลิกเป็นแค่เรื่องขู่ให้กลัว และกลายเป็นเส้นทางจริงของตลาด

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
6
🏛 สหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าใกล้คริปโตใน 401(k): กระทรวงแรงงานเสนอเกณฑ์ใหม่ที่เปิดประตูให้ “เงินเกษียณ”

กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ได้เสนอการปรับปรุงกฎสำหรับผู้จัดการแผนเกษียณ 401(k) เพื่อให้สามารถพิจารณาได้ไม่ใช่แค่กองทุนแบบเดิม แต่รวมถึงเครื่องมือทางเลือกต่าง ๆ ด้วย — รวมถึงสินทรัพย์คริปโต เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นความพยายามที่จะเปลี่ยนประเด็น “คริปโตในเงินเกษียณ” จากคำขวัญทางการเมืองให้กลายเป็นกรอบทางกฎหมาย

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยแพร่ร่างการแก้ไขกฎสำหรับการคัดเลือกตัวเลือกการลงทุนใน 401(k)
🟡 เอกสารถูกเผยแพร่ในฐานะร่างในทะเบียนกลาง และอธิบายว่าผู้จัดการควรพิจารณาอะไรบ้าง หากจะเพิ่มคริปโตและสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ
🟡 ในเนื้อหา สินทรัพย์ดิจิทัลถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นสินทรัพย์ลงทุนอีกประเภทหนึ่ง โดยรวมถึงบิตคอยน์และโทเคนอื่น ๆ

➡️ ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

🟡 401(k) เป็นตลาดเงินออมขนาดใหญ่มาก และแม้จะเปิดให้คริปโตเพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้ภาคนี้เข้าถึงเงินทุนมหาศาลได้
🟡 เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่า “ทุกคนจะเอาเงินเกษียณไปซื้อบิตคอยน์” แต่หมายถึงคริปโตกำลังกลายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในพอร์ตระยะยาวแบบมาตรฐาน
🟡 สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความชอบธรรม: ไม่ใช่ “ของเล่นของนักเทรด” แต่เป็นสินทรัพย์ที่สามารถพูดถึงได้ในบริบทของเงินออมเพื่อการเกษียณ

➡️ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองอย่างไร

🟡 ร่างนี้ทำให้สหรัฐฯ เข้าใกล้การปฏิบัติตามคำสั่งของทรัมป์มากขึ้น ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมได้สั่งให้หน่วยงานต่าง ๆ ขยายทางเลือกการลงทุนใน 401(k) และทบทวนกฎ
🟡 ฝั่งคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ก็แสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดนี้เช่นกัน: เพิ่มโอกาสสำหรับการลงทุนระยะยาวที่กระจายความเสี่ยง และใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

➡️ ถ้ากฎนี้ผ่าน จะเกิดอะไรขึ้นในทางปฏิบัติ

🟡 ผู้จัดการจะต้องอธิบายเหตุผลของการเลือก: ความเสี่ยง ความน่าเชื่อถือของเครื่องมือ เงื่อนไขการเก็บรักษา สภาพคล่อง และความโปร่งใส
🟡 คริปโตจะไม่ได้ผ่านเข้ามาเพราะ “ความเชื่อ” แต่ต้องผ่านมาตรฐานความรับผิดชอบของผู้จัดการที่มีต่อลูกค้า
🟡 ในช่วงเริ่มต้น เรื่องนี้แทบจะแน่นอนว่าจะนำไปสู่การตัดสินใจอย่างระมัดระวัง: ผลิตภัณฑ์ที่จำกัดและสัดส่วนที่ไม่มาก

➡️ โดยทั่วไป สัดส่วนเท่าไรจึงถือว่าสมเหตุสมผล

🟡 ผู้เล่นรายใหญ่บางรายได้ให้ช่วงตัวเลขไว้แล้ว:
— มอร์แกน สแตนลีย์ เคยพูดถึง 2–4% ในพอร์ต
— แบล็กร็อก ระมัดระวังกว่า โดยมองว่า 1–2% เหมาะกับพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงแล้ว
🟡 นี่เป็นสัญญาณสำคัญ: สิ่งที่พูดถึงคือการเพิ่มเข้าไปในพอร์ต ไม่ใช่การแทนที่ทุกอย่างที่เหลือ

สรุป: นี่ไม่ใช่สถานการณ์แบบ “คริปโตชนะแล้ว” แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ — รัฐกำลังเริ่มกำหนดกฎเกณฑ์ว่าคริปโตจะเข้าไปอยู่ในแผนเกษียณได้อย่างไร หากกรอบนี้ตั้งหลักได้ ขั้นต่อไปก็คือการนำไปใช้แบบค่อยเป็นค่อยไปและอย่างระมัดระวัง ผ่านบริษัทการเงินขนาดใหญ่

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
9
📈 BTC ยืนเหนือ $68K ได้ หุ้นพุ่งแรง: ตลาดเริ่มเชื่อว่าสงครามอาจ “จบเร็ว”

ตอนนี้ตลาดกลับมาเล่นตามพาดหัวข่าวอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ทรัมป์กำลังหารือทางเลือกในการยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ทำให้บิตคอยน์ดีดขึ้น และดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ก็พุ่งแรงตามไปด้วย แต่ความมั่นใจก็ยังมีไม่มาก — ในตลาดคริปโตยังไม่เห็นอุปสงค์ที่ยั่งยืนจาก “เงินจริง” อย่างชัดเจน

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 BTC ขึ้นไปแตะ $68,589 และยังยืนอยู่เหนือ $68,000
🟡 สื่อรายงานว่า ทรัมป์ได้หารือกับผู้ช่วยเกี่ยวกับแนวทางยุติสงคราม แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังปิดบางส่วนอยู่ก็ตาม
🟡 ขณะเดียวกันก็มีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่า อิหร่านเองก็กำลังหาทางออกจากความขัดแย้งเช่นกัน — แต่ยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการ

➡️ ตลาดตอบสนองอย่างไร

🟡 ดัชนีดาวโจนส์บวกมากกว่า 1,125 จุด
🟡 ดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้นราว 2.91%
🟡 ดัชนีแนสแด็กเพิ่มขึ้นราว 3.83%
🟡 เหตุผลก็ง่ายมาก: ความเสี่ยงของการยกระดับความรุนแรงลดลง → ความกลัวเรื่องเงินเฟ้อและราคาน้ำมันลดลง → สินทรัพย์เสี่ยงหายใจได้สะดวกขึ้น

➡️ ทำไมนักเทรด BTC ยังระวังตัว

🟡 จุดอ้างอิงทางเทคนิคสำคัญคือ การปิดรายวันเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน และเหนือระดับประมาณ $68,879
🟡 หากราคาสามารถยืนเหนือจุดนี้ได้ ก็อาจบีบให้สถานะขายต้องปิด และเร่งการขึ้นไปแถว $82,000 จากแรงปิดสถานะบังคับ
🟡 แต่ตอนนี้มันยังเป็นแค่ภาพที่เป็นไปได้ มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริง — ตลาดยังไม่มั่นใจว่าราคาจะยืนได้จริง

➡️ ปัญหาหลัก: อุปสงค์ในตลาดซื้อขายจริงยังอ่อนแอ

🟡 หลังการเทขายช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งตอนนั้น BTC หลุดต่ำกว่า $60K ทั้งสถานะคงค้างในตลาดล่วงหน้าและอุปสงค์ในตลาดซื้อขายจริงก็ยังค่อนข้างนิ่ง
🟡 นั่นหมายความว่า ราคามักถูกขับเคลื่อนไม่ใช่โดยผู้ซื้อระยะยาว แต่โดย:
— ข่าวและพาดหัวข่าว
— การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้น
— ตลาดฟิวเจอร์สแบบไม่มีกำหนดอายุ
🟡 เมื่ออุปสงค์ระยะยาวอ่อนแอ ราคาก็มักติดอยู่ในกรอบและย่อลงอย่างรวดเร็ว

➡️ สัญญาณเพิ่มเติมที่สะท้อนความระมัดระวัง

🟡 นักเทรดระยะสั้นยังอยู่ต่ำกว่าราคาเข้าซื้อเฉลี่ยของตัวเอง โดยในข้อความระบุบริเวณราว $85,800
🟡 เงินไหลเข้าในรูปแบบสเตเบิลคอยน์สู่กระดานซื้อขายอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสองปี
🟡 ภาพนี้ดูเหมือนตลาดที่ “ยังไม่พร้อมลงเดิมพันก้อนใหญ่” และกำลังรอการยืนยันเพิ่มเติม

สรุป: ตลาดเชื่อในโอกาสของการลดความตึงเครียดและตอบสนองด้วยการพุ่งขึ้น แต่สำหรับ BTC ตอนนี้มันยังดูเหมือนเป็นการตอบสนองต่อข่าว มากกว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตอย่างยั่งยืน การทดสอบสำคัญคือการยืนเหนือ $68K และปิดยืนยันเหนือ $68,879 หากยังทำไม่ได้ ความหวังเชิงบวกทั้งหมดก็ยังเปราะบาง และขึ้นอยู่กับพาดหัวข่าวถัดไป

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
11
🚀 SpaceX ยื่นคำขอเข้าตลาดหุ้นแบบลับ ๆ: การขายหุ้นครั้งนี้อาจกลายเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

ดูเหมือนว่า มัสก์ กำลังเตรียม “การออกสู่ตลาดครั้งใหญ่” มีรายงานว่า SpaceX ได้ยื่นคำขอเข้าตลาดหุ้นแบบเป็นความลับแล้ว — และถ้าตัวเลขเหล่านี้ได้รับการยืนยัน นี่จะไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ แต่จะเป็นเหตุการณ์ระดับประวัติศาสตร์

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 ตามข้อมูลจากแหล่งข่าว SpaceX ได้ยื่นคำขอเข้าตลาดหุ้นในสหรัฐฯ ในรูปแบบลับ
🟡 กระบวนการนี้อาจไปถึงขั้นสุดท้ายได้เร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายน
🟡 มูลค่าประเมินอาจสูงกว่า 1.75 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าบริษัทอาจมีมูลค่าสูงกว่ายักษ์ใหญ่หลายรายในตลาด

➡️ ทำไมถึงเรียกได้ว่าเป็น “ยักษ์ใหญ่” ในแง่ขนาด

🟡 สื่อกำลังพูดถึงความเป็นไปได้ในการระดมทุนสูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์
🟡 เพื่อเปรียบเทียบ การเข้าตลาดหุ้นที่ทำสถิติของ Saudi Aramco ในปี 2019 อยู่ที่ประมาณ 29,000 ล้านดอลลาร์
🟡 หากแผนนี้เกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นมาตรฐานใหม่ของขนาดการเปิดตัวในตลาดหุ้น

➡️ อะไรที่เพิ่มความน่าสนใจให้นักลงทุน

🟡 มีรายงานว่า SpaceX จะจัดการบรรยายสรุปให้กับนักลงทุนที่มีศักยภาพในเร็ว ๆ นี้
🟡 มีการพิจารณาโครงสร้างที่ให้สิทธิออกเสียงแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นวงใน รวมถึงมัสก์ ยังคงรักษาอำนาจควบคุมไว้ได้
🟡 ยังมีการพูดถึงว่า หุ้นมากถึง 30% อาจถูกจัดสรรให้กับนักลงทุนรายย่อย

➡️ บริบท: การแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์อยู่ข้าง ๆ อวกาศ

🟡 SpaceX เพิ่งเข้าซื้อกิจการบริษัทเกิดใหม่ xAI ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่าง “อวกาศ + ปัญญาประดิษฐ์” แข็งแรงขึ้น
🟡 ในเวลาเดียวกัน การแข่งขันในภาคปัญญาประดิษฐ์ก็กำลังร้อนแรงขึ้น เช่น OpenAI ที่มีตัวเลขเงินทุนและมูลค่าประเมินมหาศาลในรอบล่าสุด
🟡 สำหรับตลาด นี่คือสัญญาณว่า SpaceX ต้องการถูกมองไม่ใช่แค่ในฐานะ “บริษัทจรวด” แต่เป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับใหม่

➡️ ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่อตลาดคริปโต

🟡 SpaceX ถือครองบิตคอยน์ 8,285 เหรียญในงบดุล โดยในข้อความระบุว่ามีมูลค่ามากกว่า 565 ล้านดอลลาร์
🟡 บริษัทเคยย้ายบิตคอยน์ไปยังที่อยู่ใหม่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ตลาดตั้งคำถามว่าพวกเขาตั้งใจถือเหรียญระยะยาวหรือไม่
🟡 ขณะเดียวกัน แพลตฟอร์มขนาดใหญ่ก็กำลังพยายามเปิดทางให้เข้าถึงหุ้น “ที่ยังไม่เปิดสู่สาธารณะ” ผ่านการแปลงเป็นโทเคน เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าร่วมได้ก่อนการเข้าตลาดหุ้น

สรุป: หาก SpaceX เข้าตลาดหุ้นจริงด้วยมูลค่าระดับล้านล้านดอลลาร์ นี่จะไม่ใช่แค่การเข้าตลาดหุ้นธรรมดา แต่จะเป็นเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจสำหรับทั้งตลาดทุน และสำหรับคริปโต เรื่องนี้มีอีกเส้นทางหนึ่งที่สำคัญ: SpaceX มีบิตคอยน์อยู่ในงบดุล และทุกก้าวสำคัญของบริษัทจะยิ่งทำให้การพูดคุยเรื่อง “บริษัทมหาชนขนาดใหญ่จะจัดการกับบิตคอยน์และการแปลงเป็นโทเคนอย่างไรต่อไป” ร้อนแรงขึ้นโดยอัตโนมัติ

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
9
📉 BTC ที่ “ยังมีกำไร” กำลังไหลลงสู่ระดับตลาดหมี: จุดต่ำสุดใกล้แล้ว หรือยังเร็วเกินไป?

สัดส่วนของบิตคอยน์ที่ยังถืออยู่ในฝั่งกำไร กำลังค่อย ๆ เข้าใกล้ระดับที่มักพบในตลาดหมีจริง ๆ แต่การตีความยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่: บางคนมองว่าเป็น “ภาวะต่ำกว่ามูลค่าและใกล้จุดต่ำสุด” ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็น “ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นโดยยังไม่มีการยอมแพ้ครั้งสุดท้าย”

➡️ ตัวเลขของเหรียญที่มีกำไรและขาดทุนกำลังบอกอะไร

🟡 ตอนนี้มี BTC ราว 11.2 ล้านเหรียญที่ยังอยู่ในฝั่งกำไร
🟡 ในตลาดหมีรอบก่อน จุดต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 9 ล้าน BTC “ที่ยังมีกำไร”
🟡 ตอนนี้มี BTC ราว 8.2 ล้านเหรียญที่อยู่ในฝั่งขาดทุน — เป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปลายปี 2022
🟡 เพื่อเปรียบเทียบ: ในปี 2022 จำนวน BTC “ที่ขาดทุน” เคยขึ้นไปถึงประมาณ 10.6 ล้านเหรียญ

➡️ ทำไมสิ่งนี้จึงถูกมองว่าใกล้ “จุดต่ำสุด”

🟡 เมื่อมีเหรียญจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ไหลเข้าสู่ฝั่งขาดทุน ตลาดก็มักดู “ถูก” มากขึ้นเมื่อเทียบกับรอบก่อน
🟡 ตัวชี้วัดแบบนี้บางครั้งจะเกิดพร้อมกับช่วงที่แรงขายเริ่มหมดแรง และราคากำลังเริ่มหาฐาน
🟡 จึงเกิดแนวคิดว่าตลาดกำลังเข้าใกล้เงื่อนไขที่คล้ายกับช่วงตลาดหมีในอดีต

➡️ มุมโต้แย้ง: นี่คือความเครียด แต่ยังไม่ใช่การยอมแพ้ครั้งสุดท้าย

🟡 ในปี 2022 มีอุปทานมากกว่า 50% ที่อยู่ในฝั่งขาดทุน และสัดส่วน “ที่มีกำไร” ลดลงไปใกล้ 45% หรือต่ำกว่านั้น
🟡 ที่ “ก้นตลาด” จริง ๆ มักจะมีตัวชี้วัดอื่น ๆ อยู่ในระดับสุดขั้วด้วย เช่น NUPL และ MVRV
🟡 เพราะแบบนั้น นักวิเคราะห์บางส่วนจึงมองว่าตอนนี้น่าจะเป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ช่วงต้นหรือช่วงกลางของตลาดหมี และข้างหน้ายังอาจต้องใช้เวลาเพิ่ม หรือยังมีโอกาสลงต่อ

➡️ ทำไมตลาดหมีรอบนี้ยัง “เบากว่า” รอบก่อน

🟡 การย่อลงจากจุดสูงสุดของรอบปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 52%
🟡 ในตลาดหมีรอบก่อน ๆ การลงจากจุดสูงสุดเคยลึกถึง 77–84%
🟡 นั่นทำให้ยังมีพื้นที่สำหรับแรงกดลงเพิ่มเติม หากภาพมหภาคยังไม่เปิดทางให้ตลาดกลับตัว

➡️ ปัจจัยมหภาค: ดอลลาร์แข็งขัดขวางการฟื้นตัว

🟡 มีข้อสังเกตว่า บิตคอยน์มักขึ้นได้ยากเมื่อดอลลาร์แข็งและสภาพคล่องทั่วโลกตึงตัว
🟡 ดัชนีดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นราว 5% ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา
🟡 ตราบใดที่ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดอลลาร์ยังดึงเงินทุนเข้าสู่เงินสดและพันธบัตร สินทรัพย์เสี่ยงก็จะยิ่งลำบาก

สรุป: จากโครงสร้างกำไรและขาดทุน BTC กำลังเข้าใกล้โซน “ตลาดหมี” จริง แต่ก็อาจยังขาดความเจ็บปวดพอที่จะไปถึงการยอมแพ้แบบคลาสสิกเหมือนในปี 2022 ทางแยกหลักมีง่าย ๆ: ไม่ตลาดก็จะถูกกดลงต่อหรือแกว่งข้างเพื่อ “ล้าง” ภาวะร้อนแรงเกินไป หรือไม่ก็จะมีเงินทุนใหม่เข้ามาและเริ่มสร้างฐานเร็วกว่าที่ทุกคนคุ้นเคย

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
14
🤝 BTC และดอลลาร์เป็น “พันธมิตร” ไม่ใช่ศัตรู: BPI อธิบายว่าทำไมอุปสงค์ถึงหนุนทั้งคู่พร้อมกัน

มีความเชื่อที่แพร่หลายว่าบิตคอยน์ “บ่อนทำลายดอลลาร์” แต่สถาบันนโยบายบิตคอยน์เสนอภาพอีกแบบหนึ่ง: ในทางปฏิบัติ BTC และระบบดอลลาร์กลับหนุนกันเอง เพราะการซื้อขายและการชำระราคาส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับ BTC ยังคงเกิดขึ้นผ่านดอลลาร์และสเตเบิลคอยน์ที่อิงดอลลาร์

➡️ “ความสัมพันธ์แบบพึ่งพากัน” ของ BTC และดอลลาร์คืออะไร

🟡 คู่ซื้อขายหลักของ BTC คือ BTC/USD และในตลาดคริปโตสิ่งนี้มักแสดงออกผ่านสเตเบิลคอยน์ที่อิงดอลลาร์
🟡 ยิ่งมีคนซื้อและขาย BTC มากเท่าไร ความต้องการ “ดอลลาร์ดิจิทัล” ในฐานะเครื่องมือชำระราคาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น
🟡 เพราะฉะนั้น การเติบโตของตลาดคริปโตจึงไม่ได้ทำให้ดอลลาร์อ่อนแอลงเสมอไป แต่กลับอาจขยายการใช้งานของดอลลาร์ในโลกดิจิทัลด้วย

➡️ การเปรียบเทียบ: เหมือนน้ำมันกับดอลลาร์ในอดีต

🟡 ตรรกะนี้คล้ายกับช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ที่การค้าน้ำมันของโลกผูกกับดอลลาร์
🟡 เมื่อสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญถูกตั้งราคาเป็นดอลลาร์ ก็จะเกิดความต้องการใช้เงินสกุลนั้นในการชำระราคาโดยอัตโนมัติ
🟡 ในตลาดคริปโต สเตเบิลคอยน์ทำหน้าที่เป็น “ดอลลาร์เพื่อการชำระราคา” และสภาพคล่องส่วนใหญ่ก็ไหลผ่านตรงนี้

➡️ ตามมุมมองของ BPI ผู้กำหนดนโยบายสหรัฐฯ ต้องการอะไร

🟡 เดินหน้าพัฒนากฎเกณฑ์สำหรับสเตเบิลคอยน์ต่อไปภายใต้กรอบของร่างกฎหมายที่ถูกเสนอไว้แล้ว
🟡 แนวคิดคือการทำให้สเตเบิลคอยน์ที่อิงดอลลาร์กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ปลอดภัย และด้วยวิธีนี้จะช่วยเสริมบทบาทของดอลลาร์ในระดับโลก
🟡 กล่าวคือ ไม่ใช่ “ห้ามคริปโต” แต่เป็นการ “วางราง” ให้ดอลลาร์วิ่งไปทั่วโลกได้ในรูปแบบใหม่

➡️ ทำไมจีนกดดัน BTC และสเตเบิลคอยน์

🟡 เหตุผลก็คือ สำหรับจีน การควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุนและการรักษาเงินให้อยู่ภายในประเทศเป็นเรื่องสำคัญมาก
🟡 BTC และสเตเบิลคอยน์ทำให้การย้ายเงินออกและการหลบข้อจำกัดง่ายขึ้น จึงถูกมองว่าเป็นภัยคุกคาม
🟡 ด้วยเหตุนี้ จีนจึงให้ความสำคัญกับเงินหยวนดิจิทัลของรัฐ ซึ่งให้ทั้งการควบคุมและการจัดการกระแสเงินได้ดีกว่า

➡️ แต่การแบนก็ไม่ได้ทำให้กิจกรรมเหล่านี้หายไปทั้งหมด

🟡 แม้จะมีข้อจำกัดเข้มงวด เทคโนโลยีที่ไม่ต้องขออนุญาตก็ยังทำงานต่อไปได้: การขุดและกระแสของสเตเบิลคอยน์ไม่ได้หายไป
🟡 อีกข้อเท็จจริงหนึ่งคือ กลุ่มเหมืองจากจีนยังคงมีสัดส่วนสำคัญของพลังประมวลผลเครือข่ายทั่วโลกอยู่

สรุป: การแข่งขันที่แท้จริงตอนนี้ไม่ใช่ “ดอลลาร์กับบิตคอยน์” แต่เป็นสเตเบิลคอยน์ที่อิงดอลลาร์กับสกุลเงินดิจิทัลของรัฐและมาตรการควบคุมเงินทุน ถ้าสหรัฐฯ วางกฎสำหรับสเตเบิลคอยน์ได้อย่างเหมาะสม ดอลลาร์อาจได้รับชีวิตใหม่อีกครั้ง — ในฐานะสกุลเงินชำระราคาระดับโลกภายในเศรษฐกิจดิจิทัล

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
📈 บิตคอยน์อาจกลับไปที่ $110,000 ได้ — ถ้าผู้ซื้อรายใหญ่ยังคงกวาดเหรียญออกจากตลาดต่อไป

ในมุมมองทางเทคนิค ภาพของ BTC ตอนนี้ยังคงต้องระวังอยู่: บนกราฟยังมีรูปแบบที่ตามตำรามักหมายถึงการลงต่อ แต่ครั้งนี้มีปัจจัยหนึ่งที่เปลี่ยนสมดุล — นั่นคือการเข้าซื้ออย่างต่อเนื่องของ Strategy

➡️ ตอนนี้เกิดอะไรขึ้น

🟡 ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม Strategy เพิ่มปริมาณสำรองของตัวเองไปประมาณ 46,000 BTC
🟡 ในช่วงเวลาเดียวกัน นักขุดผลิตได้ราว 16,000 BTC
🟡 เท่ากับว่าบริษัทนี้ซื้อเหรียญไปเกือบสามเท่าของอุปทานใหม่ที่เข้าสู่ตลาด

สิ่งนี้ช่วยลดแรงกดดันจากฝั่งผู้ขาย เพราะสภาพคล่องส่วนหนึ่งถูกย้ายไปเก็บระยะยาวโดยตรง

➡️ ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

โดยปกติแล้ว รูปแบบ “ขาลง” จะทำงานต่อเมื่อตลาดขาดแรงซื้อ
แต่ตอนนี้มีแรงซื้ออยู่ — และเป็นแรงซื้อก้อนใหญ่ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมรูปแบบการลงยังไม่เกิดขึ้นจริงมาหลายสัปดาห์แล้ว

สถานการณ์คล้ายกันเคยเกิดขึ้นในปี 2018 ตอนที่ตลาดดูอ่อนแอทางเทคนิคอยู่นาน แต่สุดท้ายก็สร้างฐานและกลับตัวขึ้นมาได้

➡️ ระดับสำคัญ

🟡 บริเวณเหนือช่วงกลางของ $70,000 เป็นโซนสำคัญต่อการเปลี่ยนบรรยากาศระยะสั้น
🟡 ถ้าราคายืนเหนือโซนนี้ได้อย่างมั่นคง เป้าหมายถัดไปอาจเป็นช่วง $108,000–$110,000
🟡 เส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ยังคงเป็นแนวรับระยะยาวที่สำคัญ — ในอดีตมันมักสอดคล้องกับโซนก่อตัวของจุดต่ำสุด

➡️ ความเสี่ยงก็ยังมี

รูปแบบนี้จะใช้ได้ต่อเมื่อ Strategy ยังซื้ออย่างจริงจังต่อไป หากการระดมทุนเริ่มชะลอและกระแสการซื้ออ่อนลง แรงกดดันทางเทคนิคก็จะกลับมาเป็นตัวหลักอีกครั้ง

สรุปง่าย ๆ คือ ตอนนี้บิตคอยน์อยู่ในจุดสมดุลระหว่างภาพเทคนิคที่ยังต้องระวัง กับแรงซื้อจากสถาบันที่แข็งแรง ถ้าแรงซื้อนี้ยังอยู่ต่อ และตลาดทะลุกรอบบนของช่วงปัจจุบันได้ การขึ้นไปสู่ $110,000 ก็จะเป็นภาพที่สมเหตุสมผลมาก แต่ถ้าไม่มีเงินทุนไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ก็ยังเร็วเกินไปที่จะคาดหวังสิ่งนั้น

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
4