NODΞ
18.1K subscribers
251 photos
3 videos
209 links
คุยเรื่องคริปโตให้เข้าใจง่าย และเจาะลึก DeFi

สำหรับสอบถามข้อมูลด้านการโฆษณา: @net_admin_global
Download Telegram
📊 สปอต BTC ETF กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง: +$225M ในวันเดียว, IBIT แบกตลาดไว้คนเดียว

สปอต Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีโฟลว์คละกัน แต่ผลรวมทั้งวันออกมาเป็นสีเขียว — เพราะ BlackRock กลับมาเป็น “เครื่องดูดสภาพคล่อง” อีกครั้ง ชดเชยแรงไหลออกของคู่แข่งได้หมด

➡️ โฟลว์เกิดอะไรขึ้น

🟡 รวมแล้วสปอต BTC ETF เพิ่มราว +$225M ภายในวันเดียว
🟡 IBIT (BlackRock) ได้แรงไหลเข้า примерно +$322.4M
🟡 ไหลออก: FBTC (Fidelity) ราว −$89.3M, GBTC (Grayscale) ราว −$28.2M
🟡 สรุปคือ: IBIT ดูดดีมานด์ไปไว้กับตัว และ “อุดรู” จากการไถ่ถอนในกองอื่น

➡️ บริบทสัปดาห์: กลับตัวหลังไหลออกยืดเยื้อ

🟡 แรงไหลเข้าในสัปดาห์นี้ уже ราว +$683.3M
🟡 สัปดาห์ก่อนราว +$787.3M — เป็นสัปดาห์ “บวก” ครั้งแรกหลังจาก 5 สัปดาห์ไหลออกเกือบ $4B
🟡 ตลาดยัง нервный แต่ “ชีพจร” ของสถาบันเริ่มกลับมา

➡️ ทำไมบรรยากาศยังหม่น

🟡 ดัชนี fear/greed ยังอยู่โซน “extreme fear” (ระดับราว 10–14)
🟡 BTC เด้งราว +5.4% ใน 7 วัน แต่ความเชื่อมั่นยังไม่กลับ
🟡 ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงกดดัน appetite ต่อความเสี่ยง

➡️ ดาลิโอวิจารณ์ ฝั่งบิตคอยน์ตอบกลับ

🟡 Ray Dalio снова ชี้จุดอ่อนของ BTC: ความเป็นส่วนตัว, ความเสี่ยงจากคอมพิวติ้งควอนตัม, และ “ขนาดเล็ก” เมื่อเทียบกับทองคำ
🟡 ข้อโต้แย้งจากฝั่งบิตคอยน์: “ความกลัว” เหล่านี้แหละที่อธิบายว่าทำไม BTC ยังเล็กกว่าทองมากในสเกล
🟡 ตรรกะง่าย ๆ: ถ้าบางปัญหาแก้ได้ตามเวลา — ศักยภาพการ re-rating ยังมหาศาล

➡️ นี่หมายความว่าอะไรต่อ ตลาด

🟡 เมื่อ IBIT ดึงแรงไหลเข้าได้สม่ำเสมอ นั่นคือสัญญาณว่า TradFi ยังซื้อช่วงย่อตัว แม้ฝูงชนจะกลัว
🟡 แต่ “extreme fear” และภูมิรัฐศาสตร์บอกว่าตลาด легко จะเหวี่ยงได้ทั้งสองทางจากหัวข่าวใด ๆ
🟡 ตัวชี้วัดหลักในไม่กี่วันข้างหน้า: ETF จะรักษาโฟลว์รายสัปดาห์ให้เป็นบวกได้ไหม — มักจะกลายเป็นเชื้อเพลิงให้แรงส่งถัดไป

สรุป: บนกระดานคือความกลัว แต่เงินกำลังเข้า และถ้า IBIT ยัง “ดูด” สภาพคล่องต่อไป ตลาดอาจทำให้คนที่รอแต่ความเจ็บปวดต่อเนื่องต้องประหลาดใจ อย่าพลาดจังหวะ — คนที่ลงมือคือคนที่อ่านโฟลว์ ไม่ใช่อารมณ์

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
8
📈 หุ้นคริปโตพุ่งแรง: ทรัมป์กดดัน “กติกาเกม”, BTC +7.6% ใน 24 ชม.

ตลาดเจอโมเมนต์หายากที่การเมืองทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิง: วาทกรรมโปร-คริปโตจากทำเนียบขาว + การขยับของหน่วยงานกำกับ = การรีพรายซ์หุ้นคริปโตบนฉากหลังของการพุ่งของ BTC และ ETH

➡️ ตัวไหนขึ้นแรงสุด

🟡 Strategy (bitcoin-treasury) กระโดดมากกว่า +10%
🟡 Coinbase บวกมากกว่า +14% — เดิมพัน “เพียว ๆ” กับโครงสร้างพื้นฐานคริปโตสหรัฐฯ
🟡 ฝั่งเหมืองก็มาแรง: Hut 8 ราว +13.9%, American Bitcoin Corp ราว +11.7%
🟡 ตรรกะง่าย ๆ: หุ้นให้เลเวอเรจต่อ BTC + “พรีเมียมนโยบาย”

➡️ พร้อมกันนั้น ตลาดเองก็ถูกปั๊ม

🟡 Bitcoin ใน 24 ชั่วโมง +7.6% เทรดแถว ๆ $72,866
🟡 Ether +8.3% และยืนแถว ๆ $2,132
🟡 ด้วยการเคลื่อนไหวแบบนี้ นักลงทุนเข้าหา “พร็อกซีในตลาดหุ้น” เร็วกว่าลุยอัลต์ที่เสี่ยง

➡️ ทำไมถึงโยงกับ “ทางออกด้านกฎระเบียบ”

🟡 ตลาดกำลังใส่ราคาฉากทัศน์: ความเสี่ยงกฎระเบียบลดลง กติกาชัดขึ้น
🟡 ความคาดหวังถูกเร่งด้วยการถกเถียง CLARITY Act และโดยรวมทิศทางไปสู่ “digital asset framework” ที่ชัดเจนกว่า
🟡 แถมฉากหลังยังมีเงินไหลเข้า spot-ETF ที่เพิ่มความมั่นใจให้สถาบัน

➡️ หน่วยงานกำกับหลักทำอะไรอยู่

🟡 CFTC ขยับรีวิวกฎระเบียบของ prediction markets — ตลาดอ่านว่าเป็นการขยายกรอบ
🟡 SEC พร้อมกันนั้นหยิบประเด็นว่า กฎหมายหลักทรัพย์ระดับรัฐบาลกลางถูกใช้กับบางธุรกรรมคริปโตอย่างไร
🟡 สรุป: ไม่ใช่ “อนุญาตหมด” แต่กำลังปรับกติกาใหม่ และตลาดพรีไพรซ์ “ความไม่รู้ลดลง”

➡️ จุดเสี่ยง: แรลลี่อาจคลายตัวเร็วพอ ๆ กัน

🟡 ถ้าความคืบหน้าด้านกฎหมายหยุดนิ่งหรือชนกำแพง — “พรีเมียมนโยบาย” จะเริ่มแฟบ
🟡 หุ้นคริปโตอยู่ได้ตราบเท่าที่ BTC อยู่ได้: ฝั่งเหมืองคือเลเวอเรจเชิงปฏิบัติการ, Coinbase คือออปชันบนกติกา
🟡 ข่าวลบด้านการเมือง/กฎระเบียบ หรือ BTC เทแรง ๆ — และการปรับฐานหุ้นอาจมาเร็ว

สรุป: ตอนนี้ตลาดซื้อไม่ใช่แค่ราคา BTC แต่ซื้อความคาดหวังกติกาใหม่และเงินสถาบันไหลเข้า ตราบใดที่ลมการเมืองหนุนหลัง — หุ้นคริปโตจะถูกรีเรต แต่ถ้าลมนั้นเงียบ — การย่อจะมาแบบไม่เตือน จับตากรอบกติกาและเก็บการเคลื่อนไหวก่อนที่ “พรีเมียมนโยบาย” จะหายไป

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
👏52
🪙 อัลต์ซีซัน “แบบเมื่อก่อน” จบแล้วเหรอ? Bitwise คาดว่าจะเป็นรอบใหม่แบบเจาะจงเป็นจุด ๆ

ยุคที่ “ขึ้นกันหมด” และ shitcoin ตัวไหนก็เด้งทำหลายเท่าแบบฟลุค ๆ อาจกลายเป็นอดีตไปแล้ว Bitwise มองว่าอัลต์ไซเคิลรอบถัดไปจะไม่ใช่แบบมวลชน แต่จะเป็นแบบคัดเลือก — ให้รางวัลเฉพาะโทเคนที่มีดีมานด์จริงและการใช้งานจริง

➡️ มุมมอง Bitwise: “เกมเปลี่ยนแล้ว”

🟡 CIO ของ Bitwise Matt Hougan พูดตรง ๆ ว่า อัลต์ซีซันคลาสสิกแบบ “rising tide lifts all boats” จะไม่กลับมา
🟡 แทนที่จะเป็นแบบนั้น ตลาดจะเห็นอัลต์ซีซัน “non-traditional” — ขึ้นไม่ใช่ทั้งตลาด แต่เป็นผู้ชนะรายตัว
🟡 เกณฑ์คัดเลือก: traction จริง และ use-case จริง ไม่ใช่แค่ hype และการหมุนเรื่องเล่า

➡️ อะไรพังในโมเดลไซเคิลแบบเดิม

🟡 เมื่อก่อนคนคาดสคริปต์: BTC ทำ ATH ใหม่ → เงินไหลไป ETH → แล้วค่อยไหลไปหางอัลต์วงกว้าง
🟡 Hougan มองว่า “การโรเทชันแบบคลาสสิก” ไม่จำเป็นต้องเดินตามตำราอีกต่อไป
🟡 จาก “ทุกตะกร้าขึ้น” จะกลายเป็นการ rerate ของตัวที่ดูเหมือน “ธุรกิจใหญ่” ไม่ใช่ลอตเตอรี่

➡️ ดีเบตยังไม่จบ: ตลาดแบ่งฝั่ง

🟡 นักวิเคราะห์บางส่วนยังรออัลต์ซีซัน “ใกล้มาแล้ว” โดยดูจาก BTC dominance
🟡 Arthur Hayes กลับผลักไอเดียว่า “อัลต์ซีซันมีอยู่ตลอดที่ไหนสักแห่ง — แค่คุณไม่ได้ถือของที่ขึ้น”
🟡 ดังนั้นประเด็นไม่ใช่ “มี/ไม่มี” แต่คือมันจะเป็นแบบไหน และสภาพคล่องจะไปอยู่ตรงไหน

➡️ เซนติเมนต์: ฝูงชนเงียบเรื่องอัลต์

🟡 จากสัญญาณโซเชียล การพูดถึง altcoin ลดลงสู่ระดับต่ำสุดราว ~2 ปี
🟡 นั่นมักหมายถึงอย่างเดียว: ความสนใจกลับไปกองที่ BTC อีกครั้ง
🟡 แปลว่า — ถ้า “อัลต์ซีซัน” เริ่ม มันอาจไม่ใช่ขบวนพาเหรด แต่เป็นชุดของ pump แบบเจาะจงในลิสต์แคบ ๆ

สรุป: ตลาดกำลังเข้าสู่โหมด “ผู้ชนะกินรวบ” มากขึ้นเรื่อย ๆ การรอว่า “ทั้ง CoinMarketCap จะขึ้น” อาจเป็นความผิดพลาดที่แพงที่สุดของรอบถัดไป — สำคัญกว่าคือหาตัวไม่กี่ตัวที่พิสูจน์ดีมานด์ได้จริง อย่าพลาดจังหวะ

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
28👍5
🏛 สหรัฐฯ ปะทะ CBDC: ส.ส. เรียกร้อง “แบนถาวร” ไม่ใช่พักถึงปี 2031

ในสหรัฐฯ ความกลัวหลักเกี่ยวกับดอลลาร์ดิจิทัลกลับมาอีกครั้ง: ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ “การควบคุม” กลุ่ม ส.ส. ระบุว่า การห้ามออก CBDC แบบชั่วคราวถึงปี 2031 เป็นแค่ตัวอุดรูรั่วที่อ่อนแอ พวกเขาต้องการ “บล็อกถาวร” เพื่อให้ Fed ไม่มีวันเปิดตัว CBDC ได้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 ส.ส. Michael Cloud และสมาชิกสภาอีกประมาณ 28 คน ส่งจดหมายถึงผู้นำสภาคองเกรส เรียกร้องให้แบน CBDC ตลอดไป
🟡 ตอนนี้ในร่างกฎหมายหนึ่งฉบับมีข้อแก้ไข: ห้ามออก CBDC ถึงปี 2031
🟡 จุดยืนของพวกเขา: “พักชั่วคราว” ไม่ใช่การปกป้อง — แค่การเลื่อนเวลา

➡️ ทำไมถึงต่อต้าน: เหตุผลหลัก

🟡 พวกเขาเรียก CBDC ว่าโครงการ “ต่อต้านอเมริกัน” ที่เปิดประตูสู่การสอดส่องทางการเงิน
🟡 ความกลัวหลัก: การเฝ้าระวังทางการเงินที่ขัดแย้งทางรัฐธรรมนูญ + การขยายอำนาจของ Fed ที่ “ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง”
🟡 วาทกรรมหนัก: ดีกว่า “ปิดเรื่องนี้” ก่อนมันจะย้อนกลับไม่ได้

➡️ สิ่งที่ไม่ชอบในถ้อยคำปัจจุบัน

🟡 การแบนชั่วคราวไม่ได้หยุด Fed จากการศึกษาและทดสอบแนวคิด CBDC
🟡 พวกเขามองว่าเวอร์ชันปัจจุบัน “เจือจาง” และอ่อนกว่าร่างกฎหมายต่อต้าน CBDC แบบแข็งที่เคยผ่านสภาผู้แทนฯ มาแล้ว
🟡 เลยต้องการ “ถ้อยคำที่แข็ง” กลับมา: แบนไม่ใช่แค่ออกเหรียญ แต่รวมถึงการเดินหน้าไปสู่การเปิดตัวผ่านกลไกเลี่ยงต่าง ๆ

➡️ ความเคลื่อนไหวขนาน: มีอะไรอีกบนโต๊ะ

🟡 ก่อนหน้านี้เคยผลักดันร่างกฎหมายต่อต้าน CBDC แยกต่างหาก แต่บางฉบับติดอยู่ที่วุฒิสภา
🟡 ตอนนี้สู้กันไม่ใช่เรื่อง “ได้/ไม่ได้” แต่เป็นเรื่องถ้อยคำ: หยุดชั่วคราว vs แบนถาวร

➡️ หมายความว่าอะไรต่อคริปโต

🟡 แนวการเมืองสหรัฐฯ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลแตกย่อยมากขึ้น: “โปรคริปโต” ≠ “โปร CBDC”
🟡 ถ้าแบนเข้มขึ้น น้ำหนักจะไปที่ stablecoin เอกชนและโครงสร้างพื้นฐานตลาด มากกว่าดอลลาร์ดิจิทัลของรัฐ
🟡 แต่การถกเถียงเองคือสัญญาณ: ประเด็น CBDC ไม่หายไปและจะกลับมาเป็นระลอก ๆ โดยเฉพาะก่อนเลือกตั้งและช่วงปฏิรูปกฎระเบียบ

สรุป: สหรัฐฯ พยายามขีดเส้นแดง — ไม่ให้ CBDC กลายเป็นเครื่องมือควบคุม คำถามตอนนี้ไม่ใช่ “จะมีไหม” แต่คือ “จะแบนให้แข็งแค่ไหน” — และมันกระทบอนาคตของ stablecoin และโครงสร้างพื้นฐานคริปโตโดยตรง จับตาไว้ก่อนตลาดจะตื่นอีกครั้งจากการโหวตรอบใหม่

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
13
🛢 น้ำมัน −28% จากจุดพีก, คริปโตเป็นบวก: ทรัมป์บอก “สงครามใกล้จบ” แล้วตามด้วย “Fire & Fury” ใส่อิหร่าน

ตลาดได้ค็อกเทลคลาสสิก: เริ่มจากคำพูดปลอบใจ แล้วกลับลำวาทกรรมแบบแรงๆ พอเกิดแบบนี้ น้ำมันร่วง คริปโตเด้งเบาๆ — แต่เทรดเดอร์รู้ดี: แค่หัวข้อข่าวเดียวก็พลิกทุกอย่างกลับได้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 ทรัมป์ให้สัญญาณในบทสัมภาษณ์ว่าสงครามกับอิหร่าน “แทบจะจบแล้ว”
🟡 จากคำพูดนี้ น้ำมันลงเร็ว — จากแถวๆ $118 ไปโซน ~$85 (ร่วงราว 28%)
🟡 ต่อมาในโซเชียล วาทกรรมแข็งขึ้น: ขู่โจมตีหากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมถ้อยคำสไตล์ “Death, Fire, and Fury”
🟡 แถมในงานของรีพับลิกัน เขายังเปรยว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ

➡️ ตลาดตอบสนองยังไง

🟡 ตลาดคริปโต +3% ภายใน 24 ชั่วโมง
🟡 Bitcoin กลับไปที่ $70,000, Ethereum ยืนเหนือ $2,000 เล็กน้อย
🟡 เหตุผลง่ายๆ: น้ำมันลง = แรงกดดันเงินเฟ้อลด = สินทรัพย์เสี่ยงหายใจได้มากขึ้นนิดหน่อย

➡️ ทำไมตลาดไม่เชื่อคำว่า “จบ 100%”

🟡 คำพูดของทรัมป์ยากจะมองเป็นจุดจบ — สัญญาณขัดกันเยอะ
🟡 กำลัง/สินทรัพย์ทางทหารสหรัฐในภูมิภาคยังอยู่ และบางเจ้าหน้าที่บอกว่า “เพิ่งเริ่มด้วยซ้ำ”
🟡 ฝั่งอิหร่านปฏิเสธแนวคิดว่าใกล้จบ และบอกว่าใครจะ “กำหนด” จุดจบคือพวกเขา

➡️ ตัวขับเคลื่อนหลักคือน้ำมัน ไม่ใช่ “crypto narrative”

🟡 ตอนนี้คริปโตเทรดเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตะกร้า risk-on/risk-off ยังไม่มี “เรื่องเล่า” ของตัวเองในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า
🟡 ผู้นำเชิงมหภาคยังเป็นน้ำมัน: การสวิง $20–30 ต่อวันเปลี่ยนความอยากเสี่ยงทันที
🟡 ดังนั้น BTC/ETH จะสะท้อนภาพรวมตลาดตราบใดที่ภูมิรัฐศาสตร์เป็นตัวกำหนดโทน

➡️ ฉากทัศน์สำหรับคริปโต

🟡 ถ้าวาทกรรมอ่อนลงจริงและน้ำมันลงต่อ — อาจเห็น relief rally จากความกังวลเงินเฟ้อ/ภูมิรัฐศาสตร์ที่เบาลง
🟡 ถ้าความขัดแย้งยืดเยื้อหรือความเสี่ยงฮอร์มุซกลับมา — risk premium จะกลับ และตลาดอาจถอยตั้งรับง่ายๆ
🟡 ในภาวะไม่แน่นอน BTC อาจดูดีกว่าอัลต์ — เป็นเดิมพันที่ “ตั้งรับ” กว่าในคริปโต

สรุป: ตลาดกำลังเทรด “หัวข้อข่าว” มากกว่าเหตุการณ์ — และหัวข้อข่าวเปลี่ยนเร็วกว่าเวลาที่น้ำมันจะเย็นลงด้วยซ้ำ จับตาฮอร์มุซและทิศทางน้ำมัน: นั่นแหละปุ่ม “risk-on / risk-off” ของจริง อย่าหลับพลาดรอบกลับตัวครั้งต่อไป

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
10
📲 DegenPhone: เบอร์ NFT บน TON ที่เอาไปขายต่อได้ และ farm ผ่านทัวร์นาเมนต์ได้

DegenPhone — คือเบอร์โทร NFT บนบล็อกเชนที่มีฟังก์ชันจริง ไม่ใช่แค่ “รูป” แต่เป็นเครื่องมือ: รับ SMS ได้ เอาไปใส่ใน bots/automations ได้ และทำเงินจากการขายต่อกับโปรโมได้

➡️ DegenPhone คืออะไร

🟡 เบอร์โทร NFT บนเครือข่าย TON ที่ทำงานได้จริงเหมือน “เบอร์”
🟡 ใช้รับ SMS และเชื่อมกับระบบบอตได้
🟡 ความเป็นส่วนตัวสูงสุด: ไม่ผูกกับตัวตน
🟡 โปรเจกต์ได้รับการสนับสนุนจาก Nicegram

➡️ ทำไมตอนนี้ถึงน่าสนใจ

🟡 เมื่อก่อนแจกเกือบฟรี — “ถูกมาก”
🟡 ตอนนี้ราคาเริ่มบน marketplace ประมาณ 70 TON (~$100)
🟡 แล้วขึ้นต่อ: เบอร์หายาก/สวย ๆ ไปถึง 1000+ TON (~$1300)
🟡 ตลาดเริ่มมองเป็นสินทรัพย์: ใช้งานได้ + หายาก + ขายต่อได้

➡️ ทัวร์นาเมนต์: แจกของยังไง

🟡 ทีมเปิดทัวร์นาเมนต์ แจก 10 รางวัลเป็น NFT
🟡 ใครเก็บ PTS (แต้ม) ได้มากกว่าชนะ
🟡 อันดับยิ่งสูง — “ของขวัญ”/NFT ยิ่งมีมูลค่า

➡️ กลยุทธ์พื้นฐานสำหรับทัวร์นาเมนต์

🟡 ทำ rolls — แหล่งหลักของ PTS
🟡 ชวนเพื่อน — referral ช่วยเร่งแต้ม
🟡 monetize กิจกรรม (ขายต่อ/โปรโม) เพื่อเพิ่ม turnover และยึดอันดับท็อป
🟡 เป้าหมายง่าย ๆ: ติด Top-10 แล้วรับรางวัล NFT

📊 Prize pool:
1) https://t.me/nft/ScaredCat-18331
2) https://t.me/nft/IonGem-860
3) https://t.me/nft/PerfumeBottle-862
4) https://t.me/nft/MagicPotion-3672
5) https://t.me/nft/KissedFrog-2836
6) https://t.me/nft/NekoHelmet-5143
7) https://t.me/nft/SignetRing-8806
8) https://t.me/nft/VoodooDoll-15139
9) https://t.me/nft/EternalRose-24377
10) https://t.me/nft/CupidCharm-3414

🤑 ระบบแต้ม:
แอคชันพื้นฐาน:
🎲 1 roll — 10 PTS
👥 1 referral — 1 PTS

🏆 โบนัส monetization:
💎 Diamond: +500 PTS (+100 ต่อ referral)
🥇 Gold: +250 PTS (+75 ต่อ referral)
🥈 Silver: +150 PTS (+50 ต่อ referral)
🥉 Regular: +75 PTS (+25 ต่อ referral)


🦸‍♂️ กลยุทธ์: ทำ rolls ชวนเพื่อน และ monetize ให้มากขึ้นเพื่อเข้า Top-10 แล้วรับ NFT ของคุณ!

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
8
📈 STRC เร่ง “เครื่องจักร Bitcoin” ของ Strategy: ไปถึง 1M BTC ได้เร็วกกว่า BlackRock ไหม?

Strategy มีตัวเร่งใหม่ — หุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ที่ช่วยดึงเงินสดเข้ามาเพื่อซื้อ BTC บนกระดาษแล้วดูเหมือนว่า Saylor อาจไปถึง 1,000,000 BTC ได้ก่อน ETF สปอตที่ใหญ่ที่สุดของ BlackRock

➡️ ตอนนี้แต่ละฝ่ายอยู่ตรงไหน

🟡 Strategy ถือประมาณ 738,731 BTC (รวมการซื้อล่าสุด 17,994 BTC)
🟡 IBIT ของ BlackRock ถือประมาณ 775,156 BTC ต่างกันราว 36.5k BTC
🟡 STRC ช่วยปิดช่องว่างได้เร็วขึ้นด้วยแหล่งเงินทุนใหม่ที่ “ต่อเนื่อง”

➡️ STRC คืออะไร และทำไมมันสำคัญ

🟡 STRC เป็นหุ้นบุริมสิทธิ์ของ Strategy ให้ผลตอบแทนราว 11.5% ต่อปี (จ่ายเงินสดรายเดือน)
🟡 อัตราเงินปันผลปรับทุกเดือนเพื่อพยายามให้ราคาซื้อขายใกล้ พาร์ $100 และลดความผันผวน
🟡 Strategy ขาย STRC ผ่านโปรแกรม ATM แล้วนำเงินไปซื้อ Bitcoin — เหมือน “ท่อ” จาก TradFi เข้า BTC

➡️ ตัวเลขสัปดาห์นี้: เริ่มเห็นผลแล้ว

🟡 มีการประเมินว่า Strategy ซื้อ >3,500 BTC ในสัปดาห์นี้ หลังขายหุ้น STRC ราว 6 ล้านหุ้น
🟡 ผู้ซื้อรวมถึง Strive ที่ซื้อ STRC ประมาณ $50 ล้าน เพื่อผลตอบแทนสูงกว่า T-bills
🟡 นี่คือสัญญาณหลัก: STRC พยายามแย่งเงินทุนจากเครื่องมือที่ถูกมองว่า “ความเสี่ยงต่ำ”

➡️ “กำลังซื้อ” ของ STRC: ตัวเลขดูดุ

🟡 ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (30 วัน) ของ STRC ราว $138.5 ล้าน
🟡 หาก BTC อยู่แถว $71k จะตีความเป็นกำลังซื้อเชิงทฤษฎีราว ~1,940 BTC/วัน — มากกว่าซัพพลาย BTC ใหม่ต่อวัน
🟡 วันทำสถิติ ปริมาณซื้อขายแตะ $409 ล้าน ซึ่งบ่งชี้ได้ถึง ~5,700 BTC/วัน
🟡 ถ้าจังหวะนี้ยังอยู่ บางโมเดลเริ่มพูดถึงฉากทัศน์: 1M BTC ภายในเดือนสิงหาคม

➡️ ทำไมถึงโยงไป fixed income และ “เงินก้อนใหญ่”

🟡 มีมุมมองว่า STRC อาจดึงความสนใจจากตลาดพันธบัตร/กึ่งเงินฝากที่ใหญ่มาก
🟡 แค่สัดส่วนเล็กน้อยของเงินในตลาดนั้นก็สร้างดีมานด์ BTC มหาศาลในเชิงสเกล
🟡 เลยทำให้ STRC ถูกมองเป็น “สะพานโครงสร้างพื้นฐาน” สำหรับเงินแบบ passive ที่ก่อนหน้านี้ไม่แตะคริปโต

➡️ ความเสี่ยงที่ต้องจำไว้

🟡 STRC ไม่ใช่เงินฝาก และไม่ได้มีการคุ้มครองแบบผลิตภัณฑ์ธนาคาร
🟡 เงินปันผลอาจถูกลด ราคาอาจหลุดต่ำกว่า $100 และการออกหุ้นเพิ่มอาจทำให้ถูกไดลูท
🟡 สรุปคือผู้ลงทุนรับความเสี่ยงของผู้ออก เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น

สรุป: STRC ดูเหมือนความพยายามสร้างสายพาน TradFi: ผลตอบแทน → เงินไหลเข้า → ซื้อ BTC หากดีมานด์ STRC ยังอยู่ Strategy อาจเข้าใกล้ 1,000,000 BTC ได้เร็วกว่าที่ตลาดคิด แต่ทั้งหมดคือเกมของ “ความเชื่อมั่น” — มันจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ลงทุนยังยอมซื้อดีลแลกผลตอบแทนกับความเสี่ยงนี้ต่อไป

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
6
⛏️ ถึงเวลาที่นักขุดต้องเลิก “hold” แบบเฉย ๆ: Wintermute บอกว่า BTC บนงบดุลต้องทำงาน ไม่งั้น halving รอบหน้าจะกดมาร์จิ้นยับ

การขุดในรอบนี้ดูเหมือนธุรกิจที่ผลตอบแทนลดลงเรื่อย ๆ: halving ตัดรายได้ ค่าธรรมเนียมมีพุ่งเป็นช่วง ๆ แต่ค่าไฟไม่ถูกลง Wintermute มองว่าคนที่รอดคือคนที่เริ่มมองสต็อก BTC เป็น “สินทรัพย์ที่ทำงานได้” ไม่ใช่ “กล่องเก็บของศักดิ์สิทธิ์”

➡️ ทำไมนักขุดถึงหนักในรอบนี้

🟡 ตามมุมมองของ Wintermute ครั้งแรกในรอบ 4 ปีที่ BTC ไม่ให้การเติบโตแบบ x2 ที่เคยช่วยชดเชยรายได้หลัง halving
🟡 กำไรขั้นต้นไปชนระดับที่เมื่อก่อนมักถูกมองว่าเป็น “ก้นตลาดหมี”
🟡 ตลาดค่าธรรมเนียมอุดช่องว่างไม่ได้: เป็นเหตุการณ์เป็นครั้งคราว ไม่ใช่โครงสร้างถาวร
🟡 ต้นทุนพลังงานยังบีบเศรษฐศาสตร์การขุด — และแรงกดดันนี้ไม่เหมือนรอบ 2018/2022

➡️ เลี้ยวไปทาง AI ฟังดูดี แต่เป็นศัลยกรรมราคาแพง

🟡 นักขุดสร้างโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ไฟถูกมาหลายปี — ตอนนี้เลยมีสิ่งที่อุตสาหกรรม AI ต้องการที่สุด: พลังงาน + ฐาน data center
🟡 แต่การไปทำ AI hosting ไม่ใช่ “เอาเซิร์ฟเวอร์ตั้งแล้วจบ” — เป็นการเปลี่ยนทิศที่ใช้เงินลงทุนสูงและหักมุมแรง
🟡 ตัวอย่างตลาด: MARA ส่งสัญญาณพร้อมขาย BTC บางส่วนเพื่อกลยุทธ์ AI และนักขุดบริษัทมหาชนรวมกันขายไปแล้ว >15,000 BTC ตั้งแต่เดือนตุลาคม

➡️ “ยุค HODL” กำลังจบ: นักขุดมีเครื่องมือทั้งชุดที่แทบไม่ได้ใช้

🟡 Wintermute ระบุว่านักขุดโดยรวมถือ BTC ราว 1% ของ supply ทั้งหมด — มรดกของยุค “ถืออย่างเดียว”
🟡 ขณะที่ treasury management แบบเต็มรูปแบบแทบไม่ถูกใช้ในหลายราย
🟡 แนวคิดง่าย ๆ: ถ้าโมเดลธุรกิจมันโหดขึ้น ความยืดหยุ่นต้องหาเอาจากงบดุล

➡️ ทำให้ BTC ทำงาน: แบบ passive และ active

🟡 แบบ passive: เอา BTC ไปวางในโปรโตคอล lending เพื่อรับดอก/ผลตอบแทน (โดยเข้าใจความเสี่ยงคู่สัญญา)
🟡 แบบ active: สร้างรายได้จากความเสี่ยงตลาดผ่านโครงสร้างอนุพันธ์
🟡 ตัวอย่างที่ยกมา: covered calls, cash-secured puts — เปลี่ยนความผันผวนให้เป็นกระแสเงินสด
🟡 Wintermute พูดตรง ๆ: การบริหารงบดุลแบบ active คือคันโยกที่ถูกใช้ “น้อยที่สุด” ของนักขุด

➡️ หมายความว่าอย่างไรต่ออุตสาหกรรม

🟡 เกิด “การคัดกรองแบบสุขภาพดี”: ตลาดดันคนอ่อนออกและเพิ่มประสิทธิภาพ — เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ Bitcoin
🟡 halving รอบหน้าจะเป็นตัวกรอง: ใครที่ BTC แค่นอนอยู่ ก็ต้องพึ่งดวงราคากับค่าธรรมเนียม
🟡 ใครที่ทำให้ BTC ทำงานได้ จะได้เปรียบเชิงโครงสร้างและมีโอกาสรอดจากมาร์จิ้นที่ถูกบีบมากกว่า

สรุป: การขุดไม่ใช่เรื่อง “ขุดแล้วถือ” อีกต่อไป ตอนนี้คือ “บริหารพลังงานและงบดุล” halving รอบหน้าจะให้รางวัลไม่ใช่คนที่ใหญ่สุด แต่คนที่ปรับตัวเก่งสุด — คนที่เปลี่ยน BTC reserve ให้เป็นสินทรัพย์ทำงาน ไม่ใช่อนุสาวรีย์ยุค HODL

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
28👍4
🇦🇺 ออสเตรเลียขยับเรื่องใบอนุญาตแพลตฟอร์มคริปโต: คณะกรรมาธิการวุฒิสภาไฟเขียวกฎหมายปี 2025

ออสเตรเลียกำลังเข้าใกล้กรอบกำกับดูแลแยกต่างหากสำหรับ crypto exchange และ tokenization: คณะกรรมาธิการวุฒิสภาสนับสนุนร่างกฎหมายที่โดยพฤตินัยจะดึงผู้เล่นหลักเข้าไปอยู่ภายใต้กรอบ AFSL (Australian Financial Services Licence)

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของวุฒิสภาสนับสนุน Corporations Amendment (Digital Assets Framework) Bill 2025 และแนะนำให้ผ่าน
🟡 เป้าหมายคืออุด “ช่องโหว่” การกำกับดูแลแพลตฟอร์มที่ถือสินทรัพย์ของลูกค้า (หลังเคสระดับ FTX)
🟡 ต่อไปคือเข้าสู่วุฒิสภาเพื่ออภิปรายและโหวตขั้นสุดท้าย

➡️ ใครจะถูกกำกับ

🟡 มีหมวดใหม่: Digital Asset Platforms (DAPs) และ Tokenised Custody Platforms (TCPs)
🟡 โดยสาระคือครอบคลุม exchange แบบรวมศูนย์และแพลตฟอร์ม custodial/tokenised ที่ถือสินทรัพย์ลูกค้า
🟡 เสนอให้มองเป็น financial products ภายใต้ Corporations Act และ ASIC Act เพื่อดึงเข้า AFSL

➡️ อะไรจะเปลี่ยนสำหรับแพลตฟอร์มที่มีไลเซนส์

🟡 ต้องทำตามมาตรฐานการ custody และ settlement ที่ ASIC กำหนด
🟡 จะมี tailored disclosure สำหรับผู้ใช้ retail
🟡 เพิ่มข้อกำหนดด้าน conduct, management และ governance ของแพลตฟอร์ม

➡️ ใครอาจได้ข้อยกเว้น

🟡 ผู้ให้บริการขนาดเล็กที่มีปริมาณธุรกรรมต่อปี < 10m AUD (~$7m) อาจเข้าข้อยกเว้น
🟡 ผู้ให้บริการ public blockchain infrastructure บางส่วนก็อาจอยู่นอก perimeter

➡️ ประเด็นถกเถียงหลัก: “factual control” และความเสี่ยงลากโครงสร้างพื้นฐานเข้าไป

🟡 อุตสาหกรรมเตือนว่าเกณฑ์ที่กว้างของ “digital token” และ “factual control” อาจเผลอลาก software wallets และโครงสร้างพื้นฐานเข้า regulation
🟡 จุดเสียวคือ MPC: ถ้าผู้ให้บริการถือแค่ “key shard” ก็อาจถูกนับเป็น custodian แบบผิด ๆ
🟡 ข้อเสนอคือชัดเจนว่า “factual control” มีเฉพาะกรณีที่ย้ายสินทรัพย์ได้ลำพังโดยไม่ต้องให้ลูกค้ามีส่วนร่วม
🟡 คณะกรรมาธิการรับทราบ แต่เลือกจะปรับ perimeter ผ่านกฎระเบียบในอนาคต มากกว่าจะแก้คำจำกัดความหลัก

➡️ Coinbase: สนับสนุนความคืบหน้า แต่กดเรื่อง debanking

🟡 Coinbase มองว่าเป็นก้าวสำคัญต่อบทบาทของออสเตรเลียในเศรษฐกิจดิจิทัล
🟡 แต่ย้ำปัญหา debanking: ธนาคารยังจำกัดบริษัทคริปโต แม้รัฐพยายามแก้ตั้งแต่ปี 2022
🟡 เรียกร้องให้เร่งทำตามข้อเสนอของ Council of Financial Regulators

สรุป: ออสเตรเลียกำลังไปสู่โมเดล “crypto = บริการการเงิน” โดยตัวกรองหลักคือ “ใครควบคุมสินทรัพย์ลูกค้าจริง ๆ” ถ้า “factual control” ไม่ถูกปรับอย่างละเอียด อาจกระทบไม่ใช่แค่ exchange แต่รวมถึงชั้นเทคโนโลยีด้วย จับตาโหวต—ตรงนั้นจะชัดว่า perimeter จะเข้มแค่ไหน

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
8
🌐 สหรัฐฯ อังกฤษ และแคนาดาเปิด Operation Atlantic: ไล่ล่า “approval phishing” ในคริปโต

สามประเทศกำลังรวมพลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อจัดการกับหนึ่งในสแกมคริปโตที่เป็นพิษที่สุด — approval phishing ที่หลอกให้เหยื่อ “เซ็นธุรกรรม” ซึ่งเท่ากับให้สิทธิคนร้ายดูดโทเคนออกจากกระเป๋าได้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 สหรัฐฯ (Secret Service), อังกฤษ (NCA) และแคนาดาเปิดปฏิบัติการร่วม Operation Atlantic
🟡 โฟกัส: ระบุตัวคน “กลุ่มเสี่ยง” และผู้ที่เสียคริปโตไปแล้วจาก approval phishing
🟡 เป้าหมาย: ไม่ใช่แค่สืบสวนหลังเกิดเหตุ แต่ตัดวงจรเกือบแบบ real-time และพยายามกู้คืนของที่ถูกขโมย

➡️ approval phishing ทำงานยังไง (ทำไมอันตรายกว่าฟิชชิ่งทั่วไป)

🟡 ไม่ได้ให้คุณ “กรอก seed” — แต่พาไปให้ เซ็นธุรกรรม
🟡 พอเซ็นแล้ว เท่ากับอนุญาตให้ที่อยู่ของคนร้ายใช้จ่ายโทเคนบางชนิดจากกระเป๋าคุณได้
🟡 หลังจากนั้นกระเป๋าสามารถถูก “รีด” เมื่อไรก็ได้ ตราบใดที่ approval ยังเปิดอยู่

➡️ ใครมีส่วนร่วม (และทำไมไม่ใช่แค่ตำรวจ)

🟡 ฝั่งแคนาดา: Ontario Provincial Police และ Ontario Securities Commission
🟡 มี RCMP, City of London Police, US Attorney’s Office (DC) และ FCA ของอังกฤษเข้าร่วมด้วย
🟡 สัญญาณสำคัญ: นี่ไม่ใช่แค่ “อาชญากรรมไซเบอร์” แต่เป็นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานการเงินและแรงกดดันด้านกำกับดูแล

➡️ ต่อยอดจากอะไร: Project Atlas → ขยายผล

🟡 Operation Atlantic อาศัยงานก่อนหน้า รวมถึง Project Atlas
🟡 ไม่ใช่ PR ครั้งเดียว แต่เป็นการต่อยอดเครือข่ายทำงานร่วมกันที่มีอยู่แล้วเพื่อสู้กับเครือข่ายคริปโตฟรอด

➡️ ฟิชชิ่งกำลังเพิ่มขึ้นไหม? ภาพรวมยังปนกัน

🟡 บางรายงานชี้ว่าเดือนกุมภาพันธ์มีการพุ่งขึ้นของการโจมตีฟิชชิ่ง
🟡 แต่ยอดรวมที่ถูกขโมยจากสแกมและ exploit ในช่วงนั้นลดลง (หลังมกราคมที่ใหญ่มาก)
🟡 อย่างไรก็ตาม approval phishing เป็นพิษระยะยาว: นักวิเคราะห์ประเมินว่าหลายปีมีเงินหายไปเป็นพันล้าน

➡️ หมายความว่าอะไรต่อผู้ใช้และตลาด

🟡 จะมีการแทรกแซง “แบบทันที” มากขึ้น: โดเมน วอลเล็ต และโครงสร้างพื้นฐานของสแกมจะถูกปิดเร็วขึ้น
🟡 กระดานเทรดและผู้ให้บริการวอลเล็ตอาจเพิ่มการตรวจจับ “approval น่าสงสัย” และคำเตือนใน UI
🟡 บทสรุปสำหรับผู้ใช้: ตอนนี้อันตรายที่สุดไม่ใช่ “เผลอแชร์ seed” แต่คือ “เซ็น approval ผิด”

❗️ เช็กลิสต์ป้องกันแบบสั้น:

🟡 อย่าเซ็น “Approve” บน dApp/เว็บที่ไม่รู้จัก แม้ลิงก์จะดูน่าเชื่อถือ
🟡 จำกัดวงเงินและสิทธิ ใช้วอลเล็ตแยกสำหรับ farming/quest
🟡 ล้าง approvals เป็นประจำ (โดยเฉพาะหลัง airdrop/quest)

สรุป: อุตสาหกรรมกำลังขยับจาก “จับหลังเกิดเหตุ” ไปสู่ “ตัดวงจรตอนเกิดเหตุ” — ข่าวร้ายสำหรับ phisher แต่กฎของผู้ใช้ไม่เปลี่ยน: approve ผิดครั้งเดียว อาจเสียทั้งวอลเล็ตได้ รักษาวินัยไว้

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
12
🏛 วุฒิสภาสหรัฐใกล้ได้ข้อประนีประนอมเรื่องกฎหมายคริปโต: ติดที่ “yield” ของ stablecoin

วุฒิสภากลับมาเดินหน้า market structure bill อีกครั้ง แต่ตัวที่ค้างหลักคือการห้าม/จำกัดการจ่ายผลตอบแทน (yield) บน stablecoin โดยบุคคลที่สาม (exchange, platform) ประธาน Banking Committee อย่าง Tim Scott บอกว่าข้อความประนีประนอมอาจออกมาได้ภายในสัปดาห์นี้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 Senator Tim Scott ระบุว่าเขาคาดว่าจะได้ข้อเสนอประนีประนอมฉบับแรกสำหรับประเด็นที่ถกเถียง “ภายในสิ้นสัปดาห์”
🟡 เป็นเรื่องของบทบัญญัติที่อาจห้ามบุคคลที่สามเสนอ “yield” บน stablecoin
🟡 ส่วนนี้เองที่ทำให้ร่างกฎหมายทั้งฉบับค้างอยู่ตั้งแต่หยุดพักในเดือนมกราคม

➡️ ทำไม “yield” ถึงกลายเป็นจุดปะทะหลัก

🟡 ฝั่งล็อบบี้ธนาคารมองว่า yield บน stablecoin จาก exchange เป็นการเลี่ยงตรรกะของ GENIUS Act (ที่จำกัด yield จากฝั่งผู้ออกเหรียญ)
🟡 เหตุผล: อาจกระตุ้น deposit flight (เงินฝากไหลออกจากธนาคาร) และกระทบเสถียรภาพระบบ
🟡 ฝั่งคริปโตโต้ว่า ธนาคารแค่กดดันคู่แข่งและพยายาม “ปิดก๊อก” สิ่งจูงใจให้ลูกค้า

➡️ ในร่างกฎหมายไม่ได้เถียงกันแค่เรื่อง yield

🟡 Scott บอกว่า yield คือปัญหา “ดังที่สุด” แต่ก็ยังต่อรองกันเรื่อง:
🟡 จริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน
🟡 ส่วน DeFi (อะไรนับว่า decentralized และจะจัดการอย่างไร)
🟡 “ใครอยู่ในกฎ ใครถูกยกเว้น” (carve-in / carve-out perimeter)

➡️ ประเด็นเชิงกระบวนการ: วุฒิสภามีสองคณะกรรมาธิการ

🟡 Banking Committee (กำกับ SEC) เลื่อน markup แบบไม่มีกำหนดในเดือนมกราคม
🟡 Agriculture Committee (กำกับ CFTC) ช่วงเดียวกันผลักส่วนของตนไปถึงระดับวุฒิสภาแล้ว
🟡 ดังนั้นการขยับไม่ใช่คันโยกเดียว แต่คือการซิงก์สองโซนกำกับ (SEC/CFTC)

➡️ หมายความว่าอะไรต่อตลาด

🟡 ถ้าข้อประนีประนอมเรื่อง yield ออกมาจริง นี่อาจเป็นทางออกจริงครั้งแรกของโครงสร้างกฎในสหรัฐ
🟡 ข้อความสุดท้ายจะชี้ว่า “yield บน stables” จะยังเป็นเครื่องมือของ exchange หรือจะเข้าพื้นที่สีเทา/ถูกจำกัด
🟡 กฎยิ่งชัด TradFi ยิ่งเข้ามาง่าย — แต่ยิ่งเข้มกับ yield ก็ยิ่งกระทบ “การเติบโตของโปรดักต์” ของแพลตฟอร์มคริปโต

สรุป: ตลาดไม่ได้รอ “กฎหมายอีกฉบับ” แต่รอคำตอบว่าใครมีสิทธิ์จ่าย yield บนดอลลาร์ดิจิทัล — ธนาคาร ผู้ออกเหรียญ exchange หรือไม่มีใครเลย ข้อประนีประนอมเรื่อง yield อาจเป็นกุญแจที่ทำให้ทั้งโครงสร้างขยับได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
6
📈 รายย่อยซื้อทองพุ่ง 3 เท่าใน 6 เดือน ขณะที่วอลล์สตรีทขาย — BIS

ขณะที่ฝูงชน “all-in” ทองผ่าน ETF ฝั่งสถาบันค่อย ๆ ลดพอร์ตลง BIS พูดชัด: ความคึกคักของรายย่อยและ leverage ในอนุพันธ์ ทำให้เกิดเงื่อนไขสำหรับการแกว่งแรง — และ pullback ที่ตามมา

➡️ BIS บอกอะไรจากกระแสเงิน

🟡 ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา การซื้อทองของรายย่อยเพิ่มขึ้น 3 เท่า
🟡 ตั้งแต่ Q2 2025 รายย่อยถูกประเมินว่าซื้อทองผ่าน ETF ราว $70B
🟡 กระแสเงินรายย่อยแบบสะสมเพิ่มจากราว $20B เป็น ~$60B ช่วงปลาย Q3 2025 ถึงปลาย Q1 2026
🟡 ท่ามกลางนั้น “smart money” เริ่มขาย — และการขายเร่งขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนล่าสุด

➡️ เทรนด์หักตรงไหน

🟡 BIS ระบุว่า “retail-driven exuberance” ผ่าน ETF ปูทางให้ “outsize moves”
🟡 การขายของสถาบันเริ่มราวกลางพฤศจิกายน และหลังการปรับฐานเดือนมกราคม — หนักขึ้น
🟡 ตลาดกลับทิศไม่ใช่เพราะ “ทองไม่ดี” แต่เพราะโครงสร้างโพซิชันเปราะบาง

➡️ ทำไมร่วงแรง

🟡 ปลาย ม.ค.–ก.พ. 2026 ทองและเงินเกิดการกลับตัวแรง
🟡 ตัวเร่ง: การปรับสมดุลรายวันของ leveraged ETF + การล้างพอร์ตจากมาร์จิน
🟡 เงินยิ่งหนักกว่า: นักเก็งกำไรรายเล็ก (“non-reportables”) กอง long แบบ over-leveraged ก่อนร่วง

➡️ ราคาตอนนี้ (ขนาดของการย่อ)

🟡 ทองประมาณ −9% จาก ATH ช่วงปลายมกราคม
🟡 เงินร่วงแรงกว่า — ราว −34% ในช่วงเดียวกัน
🟡 BIS ผูกความผันผวนกับ forced selling (ETF/CTA/margin) ไม่ใช่ “พื้นฐานล้วน ๆ”

➡️ ฉากหลังมาโคร: ดอลลาร์และคาดการณ์ดอกเบี้ย

🟡 การลงของโลหะสอดคล้องกับการเปลี่ยนคาดการณ์นโยบายการเงินสหรัฐ
🟡 ดอลลาร์ (DXY) เพิ่มราว +4.7% ตั้งแต่ปลายมกราคม
🟡 BIS ชี้ว่า: ความแรงระดับนี้อธิบายด้วยพื้นฐานอย่างเดียวได้ยาก — โครงสร้างกระแสเงินทำงานของมัน

➡️ ทำไมคริปโตควรสนใจ

🟡 ทองราว +60% ในรอบปี และบางส่วนมองว่าเป็นคู่แข่ง “store of value” กับ BTC
🟡 ฝั่งคริปโตถอยจากจุดพีกของ market cap ชัดเจน และความสนใจรายย่อยยังอ่อน
🟡 บทเรียนเดียวกัน: เมื่อฝูงชนดันเทรนด์ด้วย ETF และ leverage การกลับตัวมักไม่ “สวย” — มาด้วย forced selling

สรุป: ทองไม่ใช่ “สินทรัพย์เงียบ” หากรายย่อยเข้าผ่าน leveraged ETF และสถาบันเริ่มกระจายของบนยอด นี่คือกลไกเดียวกับคริปโต: กระแสเงินสร้างเทรนด์, leverage ทำให้ตอนจบเจ็บ

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
3
📈 BTC ส่งสัญญาณบูลรันระยะต้น แต่ยังไม่ยืนยัน: Glassnode มองว่า “จุดเกณฑ์” ยังอยู่ข้างหน้า

การพุ่งของ Bitcoin ไปที่ $76,000 ทำให้ความหวังกลับมา แต่ภาพ on-chain ยังดูเหมือนช่วงฟื้นตัวระยะต้นมากกว่า — มีความผันผวน มีแรงขายแบบ “ขายตอนขึ้นแรง” และยังไม่มีการยืนยันแนวโน้มขั้นสุดท้าย

➡️ “โซนเปิด” $72K–$82K: ทำไมราคาถึงอาจแกว่งได้เร็วขึ้น

🟡 Glassnode ระบุว่าช่วง $72,000–$82,000 ค่อนข้าง “โล่ง” — คลัสเตอร์สะสมน้อย จึงมีแนวต้านน้อยกว่า
🟡 เห็นได้จาก URPD (UTXO Realized Price Distribution) — จุดที่นักลงทุนเคยซื้อในอดีต
🟡 หากโมเมนตัมยังอยู่ BTC อาจเคลื่อนไหวในช่วงนี้ได้อิสระขึ้นในระยะสั้น

➡️ “จุดเกณฑ์บูล” หลัก: ความสามารถทำกำไรของตลาด

🟡 สัดส่วน supply BTC ที่ “อยู่ในกำไร” ขยับขึ้นมา ~60% — ระดับปกติของช่วงฟื้นตัวระยะต้น
🟡 แต่เพื่อสัญญาณที่มั่นใจ Glassnode อยากเห็นสูงกว่า 75% แบบยืนได้
🟡 หากตลาดกลับมา “ติด” และถูกปฏิเสธแถวระดับปัจจุบัน จะย้ำภาพ “bear market recovery” มากกว่าการเริ่มบูลเต็มรูปแบบ

➡️ ทดสอบความแข็งแรง: ตลาดรับแรงทำกำไรได้ไหม

🟡 เมื่อขึ้นเหนือ $74,000 ผู้ถือระยะสั้นเริ่มทำกำไรอย่างจริงจัง
🟡 กำไรที่รับรู้แล้วเร่งไปที่ $18.4M ต่อชั่วโมง
🟡 คล้าย “รัลลี่ล้มเหลว” ในอดีต ที่แรงขายตอนขึ้นทำให้โมเมนตัมดับ
🟡 หาก BTC ย่อย sell pressure นี้ได้และยืนเหนือ $70,000 โอกาสไป $78,000–$82,000 จะเพิ่มขึ้น

➡️ เทคนิคยังระวัง: โครงสร้างแนวโน้มยังไม่กลับตัว

🟡 ในกรอบรายวัน/รายสัปดาห์ BTC ยังอยู่ในโครงสร้าง lower highs / lower lows — ยังไม่ยืนยันโครงสร้าง bullish
🟡 การกลับตัวเต็มรูปแบบต้อง breakout และยืนเหนือ lower high ก่อนหน้าแถว $97,855
🟡 โซนนี้ทับกับ Fibo “golden zone” (0.5–0.618) — พื้นที่คลาสสิกที่ตัดสินชะตาแนวโน้ม

➡️ ตัวชี้วัดวัฏจักรก็ยังไม่ให้ไฟเขียว

🟡 CryptoQuant Bull-Bear Cycle ยังอยู่โซน bearish: ดีขึ้นเป็น −0.72 (จาก −1) แต่ยังไกลจาก “bull mode”
🟡 การยืนยันต้องขึ้นเหนือ 1
🟡 ระดับเริ่มต้นที่น่าจับตา: ทะลุเหนือ MA 365 วัน (ประมาณ −0.23) เป็นตัวกรองเทรนด์ระยะยาว

สรุป: ตลาดเริ่มไม่ดู “ตาย” แล้ว — แต่ยังไม่ใช่ bull run เป็นช่วงที่สองบททดสอบสำคัญที่สุดคือ รับแรงทำกำไรให้ได้ และดันสัดส่วน supply ที่อยู่ในกำไรให้เกิน 75% หากยังไม่ถึง จุดพุ่งขึ้นใดๆ ยังเสี่ยงโดนขายเร็ว เฝ้าดู $70K เป็นฐาน และโซน $78K–$82K เป็น stress test ใกล้สุด

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
19👍12
🛢 น้ำมันแกว่งหนัก ตลาดร่วง: อิหร่านขู่ตอบโต้ และ BTC กลับมาเทรดแบบ “risk” อีกครั้ง ไม่ใช่ safe-haven

ความตึงเครียดรอบฮอร์มุซเปิดโหมด risk-off อีกครั้ง: น้ำมันทำแท่งแรง เอเชียเป็นแดง และ crypto ร่วง “ไปพร้อม” กับหุ้น — ตรงข้ามกับภาพที่หลายคนชอบขาย BTC ว่าเป็น safe-haven

➡️ อะไรเป็นตัวกระตุ้น

🟡 Trump ขู่โจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดภายใน 48 ชั่วโมง
🟡 อิหร่านตอบ: การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน/น้ำ จะถูกตอบโต้ด้วยการโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐฯ และอิสราเอลในอ่าวเปอร์เซีย
🟡 มีการขู่ปิดฮอร์มุซทั้งหมด — หนึ่งในเส้นเลือดหลักของน้ำมันโลก

➡️ ปฏิกิริยา crypto: liquidation และ “extreme fear”

🟡 BTC ราว −1.8% ใน 24 ชม. มาที่ $68,160 และหลุด $67,600 ช่วงท้าย
🟡 liquidation ตลาด crypto 24 ชม.: ราว $336.3M
🟡 เกือบหนึ่งในสาม (~$100M) มาจาก BTC longs ที่พัง
🟡 Fear & Greed Index อยู่ในโซน extreme fear แถว 8: sentiment ต่ำมากในเชิงประวัติศาสตร์

➡️ น้ำมันและเอเชีย: ความผันผวนคือ driver หลัก

🟡 น้ำมันพุ่งเหนือ $100 แล้วถอยลง ~$97 ก่อนเด้งกลับ ~$99
🟡 Brent กระโดดเหนือ $114 แล้วทรงตัวต่ำกว่า $113
🟡 ตลาดเอเชียร่วง: ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ราว −0.8% ญี่ปุ่นมากกว่า −4%

➡️ ทำไม crypto ไม่ใช่ “ที่หลบภัย” ตอนนี้

🟡 ผู้เล่นตลาดมองว่า crypto เทรดพ่วงหุ้น ไม่ได้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง
🟡 ผู้นำ macro คือ น้ำมัน: การกระชากราคาทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อเปลี่ยนเร็ว
🟡 ส่งต่อไปยังเดิมพัน Fed: โอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มจากราว 0% เป็น 12.4% ในสัปดาห์เดียว

➡️ ระดับราคา BTC และเงื่อนไขการกลับตัว

🟡 $68,000 คือโซนทดสอบ support ใกล้สุด
🟡 ถ้าหลุด support ถัดไปที่สำคัญคือ $65,800
🟡 หากต้องการ “recovery narrative” ที่ชัด BTC ต้องกลับไปยืนเหนือ $71,500 ให้ได้

➡️ BTC ยังมี “กันชน” จากสถาบัน

🟡 แม้ความกลัวสูง แต่โครงสร้าง TradFi ยังแข็ง: net inflows เข้า BTC ETFs เดือนนี้ราว $1.43B
🟡 ช่วยลดโอกาส “empty crash” แต่ข่าวฮอร์มุซตอนนี้สำคัญกว่าสัญญาณในกราฟ

สรุป: ตราบใดที่ฮอร์มุซและน้ำมันกำหนดจังหวะ crypto จะสะท้อนความกลัว macro และแกว่งไปพร้อมตลาด แต่เมื่อ sentiment อยู่ก้นเหวและ inflows ETF ยังมาเรื่อย ๆ มักเกิดฐานสำหรับการฟื้นตัว — คำถามคือภูมิรัฐศาสตร์จะให้ตลาดหายใจเมื่อไหร่

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
4
🤖 AI และสเตเบิลคอยน์กำลังยืนได้ดีกว่าตลาด: ปี 2026 กำลังเปลี่ยนคริปโตจากคาสิโนให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน

ในขณะที่ตลาดปี 2026 ถูกกดดันจากสงคราม / Fed และอัลต์ส่วนใหญ่ยังไปต่อไม่ออก มีอยู่ 2 กลุ่มที่ดูเหมือน “ผู้รอดชีวิต” นั่นคือ AI tokens และสเตเบิลคอยน์ เหตุผลก็ง่ายมาก — เพราะตรงนั้นมีการใช้งานจริง มีสภาพคล่อง และมีดีมานด์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่มีแค่ความเชื่อว่าจะคูณสิบ

➡️ ตัวเลขกำลังบอกอะไร (และทำไมมันถึงสำคัญ)

🟡 BTC ในปี 2026 อยู่ที่ประมาณ −18.5% มูลค่าตลาดรวมอยู่ราว $2.42T
🟡 กลุ่ม AI มีการย่อตัวน้อยที่สุดใน Q1’26: −14%
🟡 สเตเบิลคอยน์: มาร์เก็ตแคปทำจุดสูงสุดใหม่ — $320B ส่วนวอลุ่มรายเดือนทำสถิติใหม่ที่ $1.8T

➡️ AI และสเตเบิลกำลัง “หัก” เทรนด์ขาลง

🟡 ในรายงานรายเซกเตอร์ AI คือกลุ่มที่ลงน้อยกว่ากลุ่มอื่น (ขณะที่ Consumer/Culture ลงแรงกว่า และแพลตฟอร์ม smart contract กับ “currencies” ก็ลงลึกกว่าเช่นกัน)
🟡 ความหมายก็คือ: เงินทุนกำลังไหลออกจาก “momentum และ meme” ไปสู่สิ่งที่ดูเป็นธุรกิจ / โครงสร้างพื้นฐานมากกว่า
🟡 ตลาดกำลังเริ่มมีตรรกะง่าย ๆ: การเก็งกำไรตายก่อน โครงสร้างพื้นฐานอยู่ได้นานกว่า

➡️ AI tokens: ตลาดกำลังกลับมาเลือกของที่ “ใช้งานได้จริง”

🟡 มาร์เก็ตแคปของ AI tokens อยู่ราว $17.4B และเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา
🟡 ผู้นำการเติบโต: Bittensor และ NEAR (ในต้นฉบับระบุ +75% และ +30% ในช่วงเวลาเดียวกัน)
🟡 เรื่องราวพวกนี้ไม่ใช่คำสัญญาเรื่อง “การปฏิวัติ” แต่คือการเดิมพันว่า AI เป็นเทรนด์ระยะยาวที่ไม่ได้ดับไปพร้อมกับการจบของ bull run

➡️ สเตเบิลคอยน์: “ดอลลาร์บนอินเทอร์เน็ต” ยังโตแม้ตอนตลาดไหลลง

🟡 USDT ยังคงครองความเป็นผู้นำที่ราว $184B (ประมาณ 57% ของอุปทานทั้งหมด)
🟡 USDC กำลังเติบโตในฐานะสินทรัพย์เชิงโครงสร้างพื้นฐาน (ในต้นฉบับ: อุปทานราว $78B และโตหลายเท่าตั้งแต่ปี 2023)
🟡 ในตลาดหมี สเตเบิลคือ:
🟡 อำนาจซื้อ คู่เทรด รางสำหรับการชำระบัญชี และฐานของผลิตภัณฑ์ RWA กับ yield
🟡 หรือพูดอีกแบบคือ ตลาดยังต้องการมัน แม้ในวันที่ “ทุกอย่างแดงหมด”

➡️ ทำไมสองเทรนด์นี้ถึงมาบรรจบกัน

🟡 ธีสิสง่ายมาก: AI ต้องการการจ่ายเงินที่เร็วและถูก ส่วนสเตเบิลคอยน์ก็คือ “เงินอินเทอร์เน็ต” สำหรับสิ่งนั้น
🟡 ทั้งสองเซกเตอร์อยู่ตรงจุดตัดของเทคโนโลยี การเงิน และภูมิรัฐศาสตร์
🟡 นั่นจึงเป็นที่มาของประโยคที่อธิบายทุกอย่างได้หมด: ปี 2026 คือการเปลี่ยนผ่านจาก Speculation → Infrastructure

สรุป: ถ้าในปี 2026 คุณยังรอ “altseason ที่ทุกอย่างพุ่งหมด” อยู่ มีโอกาสสูงมากว่าคุณกำลังมองผิดจุด ตลาดกำลังเริ่มให้พรีเมียมกับการใช้งานจริงและกับ rail — และ AI กับสเตเบิลคอยน์ก็คือแก่นของเรื่องนี้ จับตาโครงสร้างพื้นฐานไว้ให้ดี — เพราะมันคือสิ่งที่ดูดสภาพคล่องก่อนใครเมื่อ hype จบลง

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
2
💸 นักลงทุนหนีไปถือเงินสด: บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ขึ้น, น้ำมัน >$90 — Bitcoin ไปต่อยาก

ท่ามกลางสงครามรอบอิหร่าน การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน และการปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นักลงทุนจำนวนมากกำลังเลือกกลยุทธ์ง่าย ๆ คือ ขายสินทรัพย์เสี่ยงแล้วถือเงินสดไว้ ในสถานการณ์แบบนี้ Bitcoin จึงยากที่จะปรับขึ้นอย่างมั่นใจ แม้ข้อมูล onchain จะดูไม่ได้แย่ก็ตาม

➡️ อะไรกำลังกดดันตลาดอยู่ตอนนี้

🟡 ราคาน้ำมันขึ้นไปเหนือ $90 จากความขัดแย้ง และสิ่งนี้กำลังกระตุ้นความคาดหวังเงินเฟ้ออีกครั้ง
🟡 ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี ขึ้นไปแตะ ~4.10% — สูงสุดในรอบประมาณ 9 เดือน
🟡 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบครึ่งปีหรือมากกว่า — ผู้คนเลือกที่จะ “นั่งถือเงินสด”

➡️ ทำไมแม้แต่ทองและบอนด์ก็ยังถูกขาย

🟡 เมื่อความกังวลเริ่มมา หลายคนจะเพิ่มเงินสดเพื่อ:
— ปิดการขาดทุนและไม่ให้โดน forced selling
— รอให้ตลาดลงต่อ
— เก็บโอกาสไว้ซื้อของถูกในภายหลัง
🟡 การที่ทองคำร่วงในบรรยากาศแบบนี้บอกว่า ตอนนี้สภาพคล่องสำคัญกว่าสตอรี่แบบ “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง”
🟡 การเทขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เป็นสัญญาณเดียวกัน: ผู้เล่นอยากถือเงินไว้ใกล้ตัว

➡️ ความเสี่ยงเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยกลับมาอีกครั้ง

🟡 ตลาดเริ่มให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนกรกฎาคมที่ ~20.5% (ทั้งที่เมื่อสัปดาห์ก่อนแทบไม่มีใครคิดแบบนั้น)
🟡 ดอกเบี้ยสูงทำให้เศรษฐกิจเย็นลง: ธุรกิจกู้เงินและขยายตัวได้ยากขึ้น
🟡 สำหรับสินทรัพย์เสี่ยง นี่มักเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี — เพราะเงินกลายเป็น “ของแพงขึ้น”

➡️ สงครามเพิ่มแรงกดดันผ่านงบประมาณและเงินเฟ้อ

🟡 ในสหรัฐฯ มีการพูดถึงการใช้จ่ายเพิ่มเติมกับความขัดแย้งนี้ (ในต้นฉบับระบุตัวเลข $200 พันล้าน)
🟡 ยิ่งงบทางทหารสูงขึ้น และยิ่งน้ำมันแพงขึ้น ก็ยิ่งยากที่จะหวังการลดดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว
🟡 สิ่งนี้ทำให้ตลาดยังคงอยู่ในโหมดป้องกันตัว

➡️ บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ก็ร่วงเช่นกัน

🟡 ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นของบริษัท IT รายใหญ่หลายแห่งปรับตัวลงอย่างชัดเจน (ในต้นฉบับ — 10% ขึ้นไป)
🟡 ท่ามกลางเงินที่แพงขึ้นและการพูดถึงภาวะร้อนแรงเกินไปในฝั่ง AI ความกลัวก็กำลังเพิ่มขึ้น: ไม่เศรษฐกิจชะลอ ก็เงินเฟ้อระลอกใหม่
🟡 บวกกับแรงกดดันจากหนี้ภาครัฐสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้น (ในต้นฉบับ — มากกว่า $39 ล้านล้าน) ก็ยิ่งทำให้ภาพรวมแย่ลง

➡️ สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรสำหรับ Bitcoin

🟡 ตราบใดที่นักลงทุนยังยึดแนวทางถือเงินสด Bitcoin ก็มักจะร่วงไปพร้อมกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ
🟡 หากความตึงเครียดรอบอิหร่านและราคาน้ำมันยังอยู่ต่อ ความเสี่ยงที่จะลงไปที่ $66,000 ยังไม่หายไป
🟡 ถ้าจะฟื้นแบบมั่นคง ตลาดต้องสงบลงก่อน: น้ำมันต้องลง และความคาดหวังต่อนโยบายเข้มงวดของ Fed ต้องอ่อนลง

สรุป: ตอนนี้ Bitcoin ไม่ได้ติดอยู่ที่ “แนวเทคนิค” แต่ติดอยู่กับสภาพแวดล้อมของตลาดโลก ตราบใดที่น้ำมันยังผลักดันความคาดหวังเงินเฟ้อ และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังขึ้นต่อ นักลงทุนก็จะยังกอดเงินสดไว้แน่น จับตาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ดี — เพราะตอนนี้สองอย่างนี้กำลังกำหนดอารมณ์ของตลาด

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
15
📉 Bitcoin ใน “ระยะท้าย” ของตลาดหมี: ระดับสำคัญที่ควรสังเกต

ราคาของ Bitcoin ได้ลดลงมากกว่า 44% จากจุดสูงสุด $126,000 และตัวชี้วัด on-chain และเทคนิคหลักแสดงว่า BTC ได้เข้าสู่ระยะท้ายของตลาดหมีแล้ว

➡️ สภาพตลาดปัจจุบัน

🟡 ความกลัวของตลาดยังคงรุนแรง: Fear & Greed Index 15
🟡 ~40% ของเหรียญทั้งหมดอยู่ในสถานะขาดทุน ตามข้อมูล NUPL
🟡 กำไรที่ทำได้ลดลงจาก $3B/วัน ในเดือนกรกฎาคม 2025 เหลือต่ำกว่า $0.1B/วัน — ลดลง 96% แสดงถึงความอ่อนแรงของความต้องการ
🟡 กระแสสภาพคล่องถูกบีบ ตัวขายที่มีกำไรลดลง

➡️ ทำไมจึงถือเป็นระยะท้ายของตลาดหมี

🟡 การ realize ขาดทุนมากและความต้องการลดลงเป็นลักษณะทั่วไปของเฟสท้ายของวงจรตลาดหมี
🟡 การฟื้นตัวมักต้องใช้เวลา ราคาลดลงเพิ่มเติม หรือเงินทุนใหม่เข้าสู่ตลาด
🟡 relative unrealized losses มีแนวโน้มคงที่ประมาณ 15% ตามค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 7 วัน

➡️ ระดับแนวรับและแนวต้านของ BTC

🟡 $70,200 — โซนแนวรับที่กำลังก่อตัวตามต้นทุนซื้อรายสัปดาห์–รายเดือน
🟡 แนวรับด้านล่าง: $65,000–$60,000 ระดับสำคัญสำหรับการลดลงลึก — realized price ~ $54,000
🟡 แนวต้านด้านบน: $82,200–$84,000 โซนอัดเหรียญของผู้ถือระยะสั้น อาจเพิ่มแรงกดดันขาย

➡️ ข้อสังเกตสำคัญสำหรับเทรดเดอร์

🟡 หลังจากเด้งจากจุดต่ำกว่า $60,000 คู่ BTC/USD ยังคงอยู่ในกรอบ
🟡 การขึ้นล่าสุดถึง $76,000 เป็นเพียง “lower high” ในโครงสร้างตลาดหมี
🟡 การทะลุ EMA 20 วัน ($70,303) อาจนำไปสู่การลดลงสู่โซนแนวรับ $62,500–$60,000

สรุป: ตลาด BTC ยังไม่แสดงสัญญาณโมเมนตัมขาขึ้นอย่างยั่งยืน แม้จะมีการเด้งระยะสั้น ความเสี่ยงในการทดสอบระดับ $60,000–$65,000 อีกครั้งยังสูง ติดตามโซน $70,000 เป็นแนวรับหลัก และการสะสมเหรียญที่ $82,000–$84,000 ด้านบน — สิ่งนี้กำหนดศักยภาพแรงกดดันจากผู้ขาย

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
3
🇬🇧 อังกฤษเล่นงาน “ตลาดการันต์” มูลค่า $20 พันล้าน: คว่ำบาตรตัด Xinbi ออกจากคริปโต “สายขาว”

ฝั่งสหราชอาณาจักรเลือกจะโจมตีไม่ใช่ “คริปโตทั้งวงการ” แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเฉพาะของพวกมิจฉาชีพ แพลตฟอร์มภาษาจีนอย่าง Xinbi ถูกคว่ำบาตร — และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในโหนดสำคัญที่ใช้ให้บริการ scam center ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

➡️ เกิดอะไรขึ้น

🟡 กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรออกมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหญ่ต่อ Xinbi
🟡 เป้าหมายถูกพูดตรง ๆ: ตัดแพลตฟอร์มนี้ออกจากตลาดคริปโตที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้มันส่งและรับคริปโตได้ยากขึ้น
🟡 ความเชื่อมโยงใด ๆ กับ UK จะถูกห้าม: ทรัพย์สินถูกอายัด การเข้าถึงระบบการเงินและการติดต่อทางธุรกิจถูกปิด

➡️ ทำไม Xinbi ถึงถูกมองว่าเป็นเป้าหมายสำคัญ

🟡 ตามการประเมินของนักวิเคราะห์ มีเงินไหลเวียนต้องสงสัยมากกว่า $19.9 พันล้านผ่าน Xinbi ในช่วงปี 2021–2025
🟡 แพลตฟอร์มนี้ถูกอธิบายว่าเป็น “guarantor marketplace” ที่มีเครื่องมือช่วยเหล่ามิจฉาชีพ: การชำระเงิน บริการ และ “โครงสร้างพื้นฐานด้านบริการ”
🟡 ประเด็นสำคัญคือ Xinbi เชื่อมโยงกับบริการผิดกฎหมายอื่น ๆ — หมายความว่ามันไม่ใช่ตัวเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย

➡️ แล้วคว่ำบาตรนี้ทำอะไรบ้าง (ผลในทางปฏิบัติ)

🟡 อายัดทรัพย์สินใด ๆ ในเขตอำนาจของสหราชอาณาจักร หากเกี่ยวข้องกับ Xinbi
🟡 ห้ามธนาคาร บริษัทคริปโต และบุคคลในอังกฤษให้สินค้า บริการ เครดิต หรือการลงทุนแก่ Xinbi
🟡 พูดง่าย ๆ คือโจมตีที่ “ทางเข้าและทางออก”: ทำให้มิจฉาชีพเปลี่ยนคริปโตเป็นเงินจริงและเปลี่ยนกลับได้ยากขึ้น

➡️ มีใครโดนไปพร้อมกับ Xinbi อีกบ้าง

🟡 ในรายชื่อยังมีบุคคลที่ถูกเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินของ Prince Group และโครงสร้าง scam ในกัมพูชา
🟡 มีการกล่าวถึงบุคคลเฉพาะที่ถูกกล่าวหาว่าบริหารกระแสเงินระหว่างประเทศและมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของ scam compound

➡️ ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่ออุตสาหกรรม

🟡 จากถ้อยคำของอังกฤษจะเห็นการแยกชัดเจน: มีตลาดคริปโตที่ถูกกฎหมาย และมีชั้นโครงสร้างอาชญากรรม — ทั้งสองอย่างนี้จะไม่ถูกจับโยนรวมกันอีกต่อไป
🟡 แนวทางนี้ช่วยปรับภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรม: โจมตี “โหนดมิจฉาชีพ” ไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี
🟡 ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็เดินแนวคล้ายกันมากขึ้น — การคว่ำบาตรถูกพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายและตัวกลางเฉพาะเจาะจงบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ

สรุป: นี่ไม่ใช่การโจมตี “คริปโต” แต่เป็นการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของการหลอกลวง — คนที่คอยให้บริการมิจฉาชีพและจัดการเรื่องการชำระเงินให้พวกมัน ยิ่งมีโหนดแบบนี้ถูกตัดออกจากช่องทาง “สายขาว” มากเท่าไร การทำ scam แบบแมสก็จะยิ่งแพงและยากขึ้นเท่านั้น

ตู้โชว์สกุลเงินดิจิทัล 💸
Please open Telegram to view this post
VIEW IN TELEGRAM
1