This media is not supported in your browser
VIEW IN TELEGRAM
រំលឹកប្រសាសន៍របស់សម្តេចតេជោ និយាយសរសើរចំពោះ មេទ័ពដ៏អង់អាចក្លាហាននោះគឺ «មេទ័ព អុី ឈាន» 🙏❤️🇰🇭👮♂️
❤5
This media is not supported in your browser
VIEW IN TELEGRAM
ប្រសាសន៍ដ៏មានន័យ របស់មេទ័ពក្លាហាន «អុី ឈាន» ប៉ៃលិន!
🙏❤️🇰🇭👮♂️
🙏❤️🇰🇭👮♂️
❤18🙏1
This media is not supported in your browser
VIEW IN TELEGRAM
BREAKING: គិតត្រឹមម៉ោង៥ល្ងាច សមរភូមិទិសឧត្តរមានជ័យ, បន្ទាយមានជ័យ និងព្រះវិហារ ទាហានសៀមបន្ដបាញ់ផ្លោង និងប្រើដ្រូនទម្លាក់គ្រាប់បែក, ខណៈថ្មដាស្ងប់ស្ងាត់តាំងពីម៉ោង៤
(ព្រំដែន)៖ គិតត្រឹមម៉ោង ៥ល្ងាច ថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥នេះ សមរភូមិទិសឧត្តរមានជ័យ, បន្ទាយមានជ័យ និងព្រះវិហារ កម្លាំងទាហានឈ្លានពានសៀមនៅតែបន្ដបាញ់ផ្លោង និងប្រើប្រាស់ដ្រូនទម្លាក់គ្រាប់បែក។ ខណៈសមរភូមិថ្មដា មានភាពស្ងប់ស្ងាត់ បន្ទាប់ពីទាហានសៀមបាញ់ផ្លោង និងទម្លាក់គ្រាប់បែកចូលអូរភ្លក់ដំរី កាលពីវេលាម៉ោងជាង៤។
* សមរភូមិឧត្តរមានជ័យ នៅវេលាម៉ោងជិត៥ ទាហានសៀមបានបាញ់ផ្លោងចូលទីតាំងជប់អង្គុញ នៅខាងលិចតាក្របី និងខាងកើតថ្មដូន
* សមរភូមិបន្ទាយមានជ័យ នៅវេលាម៉ោងជិត៥ ទាហានសៀមបានបាញ់ផ្លោង និងប្រើដ្រូនទម្លាក់គ្រាប់បែក ចូលភូមិជោគជ័យ ព្រៃចាន់ និងបឹងត្រកួន តែស្ងាត់ទ័ពថ្មើរជើង
* សមរភូមិព្រះវិហារ នៅវេលាម៉ោង៥ ទាហានសៀមបន្ដបាញ់ផ្លោងចូលដែនអធិបតេយ្យកម្ពុជា ជាពិសេសនៅមុខប្រាសាទព្រះវិហារ និងក្បែរភ្នំទ្រព្យ ដោយបាញ់ផ្សែងពុលខ្លាំង។
ឆ្លើយតបចំពោះសកម្មភាពបន្ដទន្ទ្រានឈ្លានពាននេះ កងកម្លាំងរបស់កម្ពុជា បានបាញ់តបតទៅលើមូលដ្ឋានរបស់ទាហានសៀមវិញផងដែរ ដើម្បីការពារបូរណភាពទឹកដី និងដែនអធិបតេយ្យជាតិ៕
(ព្រំដែន)៖ គិតត្រឹមម៉ោង ៥ល្ងាច ថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥នេះ សមរភូមិទិសឧត្តរមានជ័យ, បន្ទាយមានជ័យ និងព្រះវិហារ កម្លាំងទាហានឈ្លានពានសៀមនៅតែបន្ដបាញ់ផ្លោង និងប្រើប្រាស់ដ្រូនទម្លាក់គ្រាប់បែក។ ខណៈសមរភូមិថ្មដា មានភាពស្ងប់ស្ងាត់ បន្ទាប់ពីទាហានសៀមបាញ់ផ្លោង និងទម្លាក់គ្រាប់បែកចូលអូរភ្លក់ដំរី កាលពីវេលាម៉ោងជាង៤។
* សមរភូមិឧត្តរមានជ័យ នៅវេលាម៉ោងជិត៥ ទាហានសៀមបានបាញ់ផ្លោងចូលទីតាំងជប់អង្គុញ នៅខាងលិចតាក្របី និងខាងកើតថ្មដូន
* សមរភូមិបន្ទាយមានជ័យ នៅវេលាម៉ោងជិត៥ ទាហានសៀមបានបាញ់ផ្លោង និងប្រើដ្រូនទម្លាក់គ្រាប់បែក ចូលភូមិជោគជ័យ ព្រៃចាន់ និងបឹងត្រកួន តែស្ងាត់ទ័ពថ្មើរជើង
* សមរភូមិព្រះវិហារ នៅវេលាម៉ោង៥ ទាហានសៀមបន្ដបាញ់ផ្លោងចូលដែនអធិបតេយ្យកម្ពុជា ជាពិសេសនៅមុខប្រាសាទព្រះវិហារ និងក្បែរភ្នំទ្រព្យ ដោយបាញ់ផ្សែងពុលខ្លាំង។
ឆ្លើយតបចំពោះសកម្មភាពបន្ដទន្ទ្រានឈ្លានពាននេះ កងកម្លាំងរបស់កម្ពុជា បានបាញ់តបតទៅលើមូលដ្ឋានរបស់ទាហានសៀមវិញផងដែរ ដើម្បីការពារបូរណភាពទឹកដី និងដែនអធិបតេយ្យជាតិ៕
❤1
ភ្នំពេញ)៖ តាមសេចក្តីថ្លែងការណ៍របស់លោកស្រី Kaja Kallas តំណាងជាន់ខ្ពស់សហភាពអឺរ៉ុបទទួលបន្ទុកកិច្ចការបរទេស និងគោលនយោបាយសន្តិសុខ និងជាអនុប្រធានគណៈកម្មការអឺរ៉ុប នាថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥ បានឲ្យដឹងថា សហភាពអឺរ៉ុបអាចផ្តល់រូបភាពពីផ្កាយរណប សម្រាប់ការឃ្លាំមើលបទឈប់បាញ់ ចំពោះជម្លោះកម្ពុជា-ថៃ។
សេចក្តីថ្លែងការណ៍របស់លោកស្រី Kaja Kallas បានបញ្ជាក់ថា៖ «ជម្លោះរវាងប្រទេសកម្ពុជានិងប្រទេសថៃ មិនត្រូវបណ្តោយឱ្យរាលដាលកាន់តែធ្ងន់ធ្ងរឡើយ។ ហេតុដូច្នេះហើយ បទឈប់បាញ់ចាំបាច់ត្រូវតែស្តារឡើងវិញជាបន្ទាន់។ នាងខ្ញុំនឹងបន្តកិច្ចការនេះ ដើម្បីជួយបញ្ចប់វដ្ដនៃការកើនឡើងជម្លោះ។ សហភាពអឺរ៉ុបអាចផ្តល់ជូននូវរូបភាពពីផ្កាយរណប សម្រាប់ការឃ្លាំមើលបទឈប់បាញ់។ នេះគឺជាសារដែលនាងខ្ញុំបានជម្រាបជូនរដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសនៃប្រទេសថៃ និងកម្ពុជា នៅក្នុងកិច្ចពិភាក្សានាព្រឹកនេះ»៕
សេចក្តីថ្លែងការណ៍របស់លោកស្រី Kaja Kallas បានបញ្ជាក់ថា៖ «ជម្លោះរវាងប្រទេសកម្ពុជានិងប្រទេសថៃ មិនត្រូវបណ្តោយឱ្យរាលដាលកាន់តែធ្ងន់ធ្ងរឡើយ។ ហេតុដូច្នេះហើយ បទឈប់បាញ់ចាំបាច់ត្រូវតែស្តារឡើងវិញជាបន្ទាន់។ នាងខ្ញុំនឹងបន្តកិច្ចការនេះ ដើម្បីជួយបញ្ចប់វដ្ដនៃការកើនឡើងជម្លោះ។ សហភាពអឺរ៉ុបអាចផ្តល់ជូននូវរូបភាពពីផ្កាយរណប សម្រាប់ការឃ្លាំមើលបទឈប់បាញ់។ នេះគឺជាសារដែលនាងខ្ញុំបានជម្រាបជូនរដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសនៃប្រទេសថៃ និងកម្ពុជា នៅក្នុងកិច្ចពិភាក្សានាព្រឹកនេះ»៕
❤8
Forwarded from ក្រសួងការពារជាតិ Ministry of National Defence
อัปเดตสถานการณ์ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย
กรณีทหารไทยยังคงระดมยิงและรุกรานอธิปไตยของกัมพูชา ในทิศภูมิภาคทหารที่ 4 และภูมิภาคทหารที่ 5
(ข้อมูล ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2568 — ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของเหตุการณ์)
ฝ่ายไทยยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและ "แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย" ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
สถานการณ์การคุกคามและการรุกรานของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา:
1. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 4 (พื้นที่ จ.อุดรมีชัย และ จ.พระวิหาร)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 17:33 น.: กองทัพไทยบุกโจมตีอย่างหนักโดยใช้ปืนใหญ่ทุกประเภท ในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย (Ta Krabei)
* เวลา 17:35 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 บินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยของกัมพูชาในบริเวณปราสาทตากวาย
* เวลา 19:34 น.: กองทัพไทยทำการโจมตีในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 04:45 น.: กองทัพไทยระดมยิงโดยใช้ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (DK) และปืนใหญ่รถถังขนาด 100 มม. เข้าสู่พื้นที่ตาธาว พร้อมทั้งยิงปืนใหญ่และใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ปราสาทตาเมือน และทมอโดน
* เวลา 07:00 น.: กองทัพไทยยังคงระดมยิงและใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ทมอโดน และปราสาทตาเมือน
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
2. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 5 (พื้นที่ จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.โพธิสัตว์)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 18:15 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาบริเวณหลังหมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 18:23 น.: กองทัพไทยยิงปืนใหญ่ถล่มเข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 19:25 น.: กองทัพไทยใช้โดรนติดหัวรบระเบิดโจมตีพื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 20:03 น.: กองทัพไทยใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่ C1
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 06:24 น.: กองทัพไทยยังคงใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 06:25 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดใส่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:46 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:49 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพร้อมด้วยรถถังพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 06:53 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาในพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:56 น.: กองทัพไทยยิง ก๊าซพิษ (Toxic gas) ในพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 07:11 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 07:21 น.: กองทัพไทยระดมยิงปืนใหญ่เข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านจำการกอ ต.สวายเจก อ.สวายเจก จ.บันเตียเมียนเจย
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
กัมพูชาขอยืนยันอีกครั้งว่า:
เป้าหมายของการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองของกัมพูชานั้น "มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางทหารของไทยเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนหรือพื้นที่ทางพลเรือนใดๆ" ในทางกลับกัน มีเพียงฝ่ายไทยเท่านั้นที่ทำการโจมตีไปยังพื้นที่ที่มีพลเรือนกัมพูชาอาศัยอยู่ ส่งผลให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวน 17 ราย (รวมทารก 1 ราย) และบาดเจ็บ 77 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 18:00 น.)
การใช้อาวุธหนักที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทุกประเภทของประเทศไทย รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16, จรวดหลายลำกล้อง DTI-2, โดรนทิ้งระเบิด, ระเบิดพวง (Cluster bombs), ก๊าซพิษ และการวางกำลังทหารจำนวนมหาศาลเพื่อรุกรานดินแดนกัมพูชา เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจนและปฏิเสธไม่ได้ การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและผิดกฎหมายเช่นนี้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงที่สุด ไม่เพียงแต่ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรากฐานของระเบียบโลกด้วย
โฆษกกระทรวงกลาโหมเรียกร้องให้กองทัพไทย:
* ยุติการกระทำที่เป็นการรุกรานทั้งหมด
* หยุดเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
* ยุติการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะต่อชุมชนพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน
กรณีทหารไทยยังคงระดมยิงและรุกรานอธิปไตยของกัมพูชา ในทิศภูมิภาคทหารที่ 4 และภูมิภาคทหารที่ 5
(ข้อมูล ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2568 — ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของเหตุการณ์)
ฝ่ายไทยยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและ "แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย" ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
สถานการณ์การคุกคามและการรุกรานของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา:
1. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 4 (พื้นที่ จ.อุดรมีชัย และ จ.พระวิหาร)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 17:33 น.: กองทัพไทยบุกโจมตีอย่างหนักโดยใช้ปืนใหญ่ทุกประเภท ในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย (Ta Krabei)
* เวลา 17:35 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 บินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยของกัมพูชาในบริเวณปราสาทตากวาย
* เวลา 19:34 น.: กองทัพไทยทำการโจมตีในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 04:45 น.: กองทัพไทยระดมยิงโดยใช้ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (DK) และปืนใหญ่รถถังขนาด 100 มม. เข้าสู่พื้นที่ตาธาว พร้อมทั้งยิงปืนใหญ่และใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ปราสาทตาเมือน และทมอโดน
* เวลา 07:00 น.: กองทัพไทยยังคงระดมยิงและใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ทมอโดน และปราสาทตาเมือน
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
2. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 5 (พื้นที่ จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.โพธิสัตว์)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 18:15 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาบริเวณหลังหมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 18:23 น.: กองทัพไทยยิงปืนใหญ่ถล่มเข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 19:25 น.: กองทัพไทยใช้โดรนติดหัวรบระเบิดโจมตีพื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 20:03 น.: กองทัพไทยใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่ C1
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 06:24 น.: กองทัพไทยยังคงใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 06:25 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดใส่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:46 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:49 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพร้อมด้วยรถถังพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 06:53 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาในพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:56 น.: กองทัพไทยยิง ก๊าซพิษ (Toxic gas) ในพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 07:11 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 07:21 น.: กองทัพไทยระดมยิงปืนใหญ่เข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านจำการกอ ต.สวายเจก อ.สวายเจก จ.บันเตียเมียนเจย
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
กัมพูชาขอยืนยันอีกครั้งว่า:
เป้าหมายของการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองของกัมพูชานั้น "มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางทหารของไทยเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนหรือพื้นที่ทางพลเรือนใดๆ" ในทางกลับกัน มีเพียงฝ่ายไทยเท่านั้นที่ทำการโจมตีไปยังพื้นที่ที่มีพลเรือนกัมพูชาอาศัยอยู่ ส่งผลให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวน 17 ราย (รวมทารก 1 ราย) และบาดเจ็บ 77 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 18:00 น.)
การใช้อาวุธหนักที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทุกประเภทของประเทศไทย รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16, จรวดหลายลำกล้อง DTI-2, โดรนทิ้งระเบิด, ระเบิดพวง (Cluster bombs), ก๊าซพิษ และการวางกำลังทหารจำนวนมหาศาลเพื่อรุกรานดินแดนกัมพูชา เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจนและปฏิเสธไม่ได้ การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและผิดกฎหมายเช่นนี้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงที่สุด ไม่เพียงแต่ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรากฐานของระเบียบโลกด้วย
โฆษกกระทรวงกลาโหมเรียกร้องให้กองทัพไทย:
* ยุติการกระทำที่เป็นการรุกรานทั้งหมด
* หยุดเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
* ยุติการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะต่อชุมชนพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน
❤2
នៅល្ងាចថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥នេះ សារព័ត៌មានថៃ បានបង្ហាញថាកងទ័ពថៃ៤នាក់ត្រូវបានពលីនៅចំណុចភ្នំ.៣៥០.ជិតប្រាសាទតាក្របី. និងមានឈ្មោះដូចខាងក្រោម!
- ទី១. ពលបាលឯក. សំរោង ឃ្លាំងប្រខុន
-ទី២. ពលបាលឯក. ផានុផាត់ សូសា
-ទី៣. ពលបាលឯក. ផនសាក់ យ៉ាម៉ាសាដ
-ទី៤. ពលបាលឯក. Wasan Khanhuathone
- ទី១. ពលបាលឯក. សំរោង ឃ្លាំងប្រខុន
-ទី២. ពលបាលឯក. ផានុផាត់ សូសា
-ទី៣. ពលបាលឯក. ផនសាក់ យ៉ាម៉ាសាដ
-ទី៤. ពលបាលឯក. Wasan Khanhuathone
❤5
ឆ្ងល់ដល់ហើយ ពលី៤នាក់ ប៉ុន្តែឡានពេទ្យដឹកច្រើនម៉េស?