ភ្នំពេញ)៖ តាមសេចក្តីថ្លែងការណ៍របស់លោកស្រី Kaja Kallas តំណាងជាន់ខ្ពស់សហភាពអឺរ៉ុបទទួលបន្ទុកកិច្ចការបរទេស និងគោលនយោបាយសន្តិសុខ និងជាអនុប្រធានគណៈកម្មការអឺរ៉ុប នាថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥ បានឲ្យដឹងថា សហភាពអឺរ៉ុបអាចផ្តល់រូបភាពពីផ្កាយរណប សម្រាប់ការឃ្លាំមើលបទឈប់បាញ់ ចំពោះជម្លោះកម្ពុជា-ថៃ។
សេចក្តីថ្លែងការណ៍របស់លោកស្រី Kaja Kallas បានបញ្ជាក់ថា៖ «ជម្លោះរវាងប្រទេសកម្ពុជានិងប្រទេសថៃ មិនត្រូវបណ្តោយឱ្យរាលដាលកាន់តែធ្ងន់ធ្ងរឡើយ។ ហេតុដូច្នេះហើយ បទឈប់បាញ់ចាំបាច់ត្រូវតែស្តារឡើងវិញជាបន្ទាន់។ នាងខ្ញុំនឹងបន្តកិច្ចការនេះ ដើម្បីជួយបញ្ចប់វដ្ដនៃការកើនឡើងជម្លោះ។ សហភាពអឺរ៉ុបអាចផ្តល់ជូននូវរូបភាពពីផ្កាយរណប សម្រាប់ការឃ្លាំមើលបទឈប់បាញ់។ នេះគឺជាសារដែលនាងខ្ញុំបានជម្រាបជូនរដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសនៃប្រទេសថៃ និងកម្ពុជា នៅក្នុងកិច្ចពិភាក្សានាព្រឹកនេះ»៕
សេចក្តីថ្លែងការណ៍របស់លោកស្រី Kaja Kallas បានបញ្ជាក់ថា៖ «ជម្លោះរវាងប្រទេសកម្ពុជានិងប្រទេសថៃ មិនត្រូវបណ្តោយឱ្យរាលដាលកាន់តែធ្ងន់ធ្ងរឡើយ។ ហេតុដូច្នេះហើយ បទឈប់បាញ់ចាំបាច់ត្រូវតែស្តារឡើងវិញជាបន្ទាន់។ នាងខ្ញុំនឹងបន្តកិច្ចការនេះ ដើម្បីជួយបញ្ចប់វដ្ដនៃការកើនឡើងជម្លោះ។ សហភាពអឺរ៉ុបអាចផ្តល់ជូននូវរូបភាពពីផ្កាយរណប សម្រាប់ការឃ្លាំមើលបទឈប់បាញ់។ នេះគឺជាសារដែលនាងខ្ញុំបានជម្រាបជូនរដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសនៃប្រទេសថៃ និងកម្ពុជា នៅក្នុងកិច្ចពិភាក្សានាព្រឹកនេះ»៕
❤8
Forwarded from ក្រសួងការពារជាតិ Ministry of National Defence
อัปเดตสถานการณ์ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย
กรณีทหารไทยยังคงระดมยิงและรุกรานอธิปไตยของกัมพูชา ในทิศภูมิภาคทหารที่ 4 และภูมิภาคทหารที่ 5
(ข้อมูล ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2568 — ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของเหตุการณ์)
ฝ่ายไทยยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและ "แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย" ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
สถานการณ์การคุกคามและการรุกรานของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา:
1. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 4 (พื้นที่ จ.อุดรมีชัย และ จ.พระวิหาร)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 17:33 น.: กองทัพไทยบุกโจมตีอย่างหนักโดยใช้ปืนใหญ่ทุกประเภท ในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย (Ta Krabei)
* เวลา 17:35 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 บินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยของกัมพูชาในบริเวณปราสาทตากวาย
* เวลา 19:34 น.: กองทัพไทยทำการโจมตีในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 04:45 น.: กองทัพไทยระดมยิงโดยใช้ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (DK) และปืนใหญ่รถถังขนาด 100 มม. เข้าสู่พื้นที่ตาธาว พร้อมทั้งยิงปืนใหญ่และใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ปราสาทตาเมือน และทมอโดน
* เวลา 07:00 น.: กองทัพไทยยังคงระดมยิงและใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ทมอโดน และปราสาทตาเมือน
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
2. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 5 (พื้นที่ จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.โพธิสัตว์)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 18:15 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาบริเวณหลังหมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 18:23 น.: กองทัพไทยยิงปืนใหญ่ถล่มเข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 19:25 น.: กองทัพไทยใช้โดรนติดหัวรบระเบิดโจมตีพื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 20:03 น.: กองทัพไทยใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่ C1
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 06:24 น.: กองทัพไทยยังคงใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 06:25 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดใส่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:46 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:49 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพร้อมด้วยรถถังพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 06:53 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาในพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:56 น.: กองทัพไทยยิง ก๊าซพิษ (Toxic gas) ในพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 07:11 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 07:21 น.: กองทัพไทยระดมยิงปืนใหญ่เข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านจำการกอ ต.สวายเจก อ.สวายเจก จ.บันเตียเมียนเจย
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
กัมพูชาขอยืนยันอีกครั้งว่า:
เป้าหมายของการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองของกัมพูชานั้น "มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางทหารของไทยเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนหรือพื้นที่ทางพลเรือนใดๆ" ในทางกลับกัน มีเพียงฝ่ายไทยเท่านั้นที่ทำการโจมตีไปยังพื้นที่ที่มีพลเรือนกัมพูชาอาศัยอยู่ ส่งผลให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวน 17 ราย (รวมทารก 1 ราย) และบาดเจ็บ 77 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 18:00 น.)
การใช้อาวุธหนักที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทุกประเภทของประเทศไทย รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16, จรวดหลายลำกล้อง DTI-2, โดรนทิ้งระเบิด, ระเบิดพวง (Cluster bombs), ก๊าซพิษ และการวางกำลังทหารจำนวนมหาศาลเพื่อรุกรานดินแดนกัมพูชา เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจนและปฏิเสธไม่ได้ การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและผิดกฎหมายเช่นนี้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงที่สุด ไม่เพียงแต่ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรากฐานของระเบียบโลกด้วย
โฆษกกระทรวงกลาโหมเรียกร้องให้กองทัพไทย:
* ยุติการกระทำที่เป็นการรุกรานทั้งหมด
* หยุดเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
* ยุติการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะต่อชุมชนพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน
กรณีทหารไทยยังคงระดมยิงและรุกรานอธิปไตยของกัมพูชา ในทิศภูมิภาคทหารที่ 4 และภูมิภาคทหารที่ 5
(ข้อมูล ณ วันที่ 17 ธันวาคม 2568 — ซึ่งเป็นวันที่ 11 ของเหตุการณ์)
ฝ่ายไทยยังคงละเมิดข้อตกลงหยุดยิงและ "แถลงการณ์ร่วมว่าด้วยข้อตกลงสันติภาพระหว่างกัมพูชาและไทย" ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568
สถานการณ์การคุกคามและการรุกรานของฝ่ายไทยในบางพื้นที่ภายใต้อธิปไตยของกัมพูชา:
1. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 4 (พื้นที่ จ.อุดรมีชัย และ จ.พระวิหาร)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 17:33 น.: กองทัพไทยบุกโจมตีอย่างหนักโดยใช้ปืนใหญ่ทุกประเภท ในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย (Ta Krabei)
* เวลา 17:35 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 บินรุกล้ำน่านฟ้าอธิปไตยของกัมพูชาในบริเวณปราสาทตากวาย
* เวลา 19:34 น.: กองทัพไทยทำการโจมตีในพื้นที่พนม 333 และปราสาทตากวาย
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 04:45 น.: กองทัพไทยระดมยิงโดยใช้ปืนไร้แรงสะท้อนถอยหลัง (DK) และปืนใหญ่รถถังขนาด 100 มม. เข้าสู่พื้นที่ตาธาว พร้อมทั้งยิงปืนใหญ่และใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ปราสาทตาเมือน และทมอโดน
* เวลา 07:00 น.: กองทัพไทยยังคงระดมยิงและใช้โดรนทิ้งระเบิดในพื้นที่ปราสาทตากวาย, ทมอโดน และปราสาทตาเมือน
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
2. สถานการณ์แนวหน้าในสมรภูมิภูมิภาคทหารที่ 5 (พื้นที่ จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.โพธิสัตว์)
กองทัพไทยยังคงระดมยิงเข้าใส่กัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เวลา 17:00 น. ของวันที่ 16 ธันวาคม 2568 จนถึงเวลา 08:00 น. ของวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ดังนี้:
วันที่ 16 ธันวาคม 2568
* เวลา 18:15 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาบริเวณหลังหมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 18:23 น.: กองทัพไทยยิงปืนใหญ่ถล่มเข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 19:25 น.: กองทัพไทยใช้โดรนติดหัวรบระเบิดโจมตีพื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 20:03 น.: กองทัพไทยใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่ C1
วันที่ 17 ธันวาคม 2568
* เวลา 06:24 น.: กองทัพไทยยังคงใช้ปืนใหญ่ยิงเข้าสู่พื้นที่โอพลุกดอมเรย
* เวลา 06:25 น.: กองทัพไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิดใส่พื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:46 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:49 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพร้อมด้วยรถถังพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 06:53 น.: กองทัพไทยใช้โดรนตรวจการณ์บินรุกล้ำอธิปไตยของกัมพูชาในพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 06:56 น.: กองทัพไทยยิง ก๊าซพิษ (Toxic gas) ในพื้นที่หมู่บ้านไพรจัน
* เวลา 07:11 น.: กองกำลังทหารราบของไทยพยายามรุกคืบเข้าสู่ด้านหน้าพื้นที่หมู่บ้านโชคชัย
* เวลา 07:21 น.: กองทัพไทยระดมยิงปืนใหญ่เข้าสู่พื้นที่หมู่บ้านจำการกอ ต.สวายเจก อ.สวายเจก จ.บันเตียเมียนเจย
สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่อื่นยังคงอยู่ในความสงบ แต่กองกำลังของเรายังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังสูงสุดอยู่เสมอ
กัมพูชาขอยืนยันอีกครั้งว่า:
เป้าหมายของการโจมตีเพื่อป้องกันตนเองของกัมพูชานั้น "มุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางทหารของไทยเท่านั้น ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่พลเรือนหรือพื้นที่ทางพลเรือนใดๆ" ในทางกลับกัน มีเพียงฝ่ายไทยเท่านั้นที่ทำการโจมตีไปยังพื้นที่ที่มีพลเรือนกัมพูชาอาศัยอยู่ ส่งผลให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวน 17 ราย (รวมทารก 1 ราย) และบาดเจ็บ 77 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เวลา 18:00 น.)
การใช้อาวุธหนักที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงทุกประเภทของประเทศไทย รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16, จรวดหลายลำกล้อง DTI-2, โดรนทิ้งระเบิด, ระเบิดพวง (Cluster bombs), ก๊าซพิษ และการวางกำลังทหารจำนวนมหาศาลเพื่อรุกรานดินแดนกัมพูชา เป็นการละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎบัตรอาเซียน และหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจนและปฏิเสธไม่ได้ การกระทำที่ขาดความรับผิดชอบและผิดกฎหมายเช่นนี้ ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงที่สุด ไม่เพียงแต่ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงรากฐานของระเบียบโลกด้วย
โฆษกกระทรวงกลาโหมเรียกร้องให้กองทัพไทย:
* ยุติการกระทำที่เป็นการรุกรานทั้งหมด
* หยุดเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือน
* ยุติการโจมตีแบบไม่เลือกหน้า โดยเฉพาะต่อชุมชนพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือน
❤2
នៅល្ងាចថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥នេះ សារព័ត៌មានថៃ បានបង្ហាញថាកងទ័ពថៃ៤នាក់ត្រូវបានពលីនៅចំណុចភ្នំ.៣៥០.ជិតប្រាសាទតាក្របី. និងមានឈ្មោះដូចខាងក្រោម!
- ទី១. ពលបាលឯក. សំរោង ឃ្លាំងប្រខុន
-ទី២. ពលបាលឯក. ផានុផាត់ សូសា
-ទី៣. ពលបាលឯក. ផនសាក់ យ៉ាម៉ាសាដ
-ទី៤. ពលបាលឯក. Wasan Khanhuathone
- ទី១. ពលបាលឯក. សំរោង ឃ្លាំងប្រខុន
-ទី២. ពលបាលឯក. ផានុផាត់ សូសា
-ទី៣. ពលបាលឯក. ផនសាក់ យ៉ាម៉ាសាដ
-ទី៤. ពលបាលឯក. Wasan Khanhuathone
❤5
ឆ្ងល់ដល់ហើយ ពលី៤នាក់ ប៉ុន្តែឡានពេទ្យដឹកច្រើនម៉េស?
This media is not supported in your browser
VIEW IN TELEGRAM
BREAKING: ម៉ោង៨យប់នេះ ទាហានសៀមបន្ដបាញ់ផ្លោងចូលក្រុងសំរោង និងឆេះផ្សាររង្វង់មូលគោកមន បណ្ដាលឲ្យស្លាប់ម្នាក់ និង២នាក់រងរបួស
(ព្រំដែន)៖ នៅវេលាម៉ោងយប់ ថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥នេះ ទាហានឈ្លានពានរបស់សៀម បានបន្ដបាញ់ផ្លោងកាំភ្លើងធំចូលទឹកដីកម្ពុជា នៅក្រុងសំរោង។
ល្ងាចមិញពួកវាផ្លោងនៅរង្វង់មូលឃុំគោកមន ស្រុកបន្ទាយអំពិល ខេត្តឧត្តរមានជ័យ បណ្ដាលឲ្យស្លាប់ម្នាក់ និង២នាក់ទៀតរងរបួស៕
(ព្រំដែន)៖ នៅវេលាម៉ោងយប់ ថ្ងៃទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥នេះ ទាហានឈ្លានពានរបស់សៀម បានបន្ដបាញ់ផ្លោងកាំភ្លើងធំចូលទឹកដីកម្ពុជា នៅក្រុងសំរោង។
ល្ងាចមិញពួកវាផ្លោងនៅរង្វង់មូលឃុំគោកមន ស្រុកបន្ទាយអំពិល ខេត្តឧត្តរមានជ័យ បណ្ដាលឲ្យស្លាប់ម្នាក់ និង២នាក់ទៀតរងរបួស៕
😢4❤2
នាយករដ្ឋមន្ត្រីម៉ាឡេស៊ី អាន់វ៉ា៖ នាយករដ្ឋមន្ត្រីកម្ពុជា និងថៃ មានបំណងចង់ដោះស្រាយបញ្ហាជម្លោះឲ្យបានឆាប់ !
(គូឡាឡាំពួរ)៖ នាយករដ្ឋមន្ត្រីម៉ាឡេស៊ី លោក Anwar Ibrahim បានប្រកាសនៅថ្ងៃពុធនេះថា លោកបានទាក់ទងជាមួយមេដឹកនាំថៃ និងកម្ពុជា ហើយភាគីទាំងពីរបានបង្ហាញបំណងចង់ដោះស្រាយជម្លោះព្រំដែនរបស់ពួកគេឱ្យបានឆាប់បំផុតតាមដែលអាចធ្វើទៅបាន។ នេះបើតាមការចេញផ្សាយ ដោយសារព័ត៌មាន Bloomberg។
លោក Anwar បានបញ្ជាក់ថា រដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសអាស៊ាននឹងជួបប្រជុំគ្នានៅថ្ងៃទី២២ ខែធ្នូ សប្តាហ៍ក្រោយ ដើម្បីព្យាយាមបញ្ចុះបញ្ចូលប្រទេសទាំងពីរថា សន្តិភាពគឺជារឿងចាំបាច់បំផុត។ កិច្ចប្រជុំនេះត្រូវបានពន្យារពេលតាមសំណើរបស់ថៃ និងកម្ពុជា៕
(គូឡាឡាំពួរ)៖ នាយករដ្ឋមន្ត្រីម៉ាឡេស៊ី លោក Anwar Ibrahim បានប្រកាសនៅថ្ងៃពុធនេះថា លោកបានទាក់ទងជាមួយមេដឹកនាំថៃ និងកម្ពុជា ហើយភាគីទាំងពីរបានបង្ហាញបំណងចង់ដោះស្រាយជម្លោះព្រំដែនរបស់ពួកគេឱ្យបានឆាប់បំផុតតាមដែលអាចធ្វើទៅបាន។ នេះបើតាមការចេញផ្សាយ ដោយសារព័ត៌មាន Bloomberg។
លោក Anwar បានបញ្ជាក់ថា រដ្ឋមន្ត្រីការបរទេសអាស៊ាននឹងជួបប្រជុំគ្នានៅថ្ងៃទី២២ ខែធ្នូ សប្តាហ៍ក្រោយ ដើម្បីព្យាយាមបញ្ចុះបញ្ចូលប្រទេសទាំងពីរថា សន្តិភាពគឺជារឿងចាំបាច់បំផុត។ កិច្ចប្រជុំនេះត្រូវបានពន្យារពេលតាមសំណើរបស់ថៃ និងកម្ពុជា៕
❤6
🚨ព័ត៌មានក្តៅៗ នៅល្ងាចថ្ងៃពុធ ទី១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥ នាយកមជ្ឈមណ្ឌលនៃព័ត៌មានថៃ🇹🇭លោកឧត្តមសេនីយ៍ឯក ប្រាផាស សុនឆៃឌី បានសង្ខេបអំពីស្ថានការណ៍នៅព្រំដែនថៃ-កម្ពុជា ពីវិមានរដ្ឋាភិបាលថៃថា:
- បច្ចុប្បន្ននេះ ស្ថានការណ៍ព្រំដែនថៃ-កម្ពុជា កំពុងតែតានតឹងពីមួយថ្ងៃទៅមួយថ្ងៃ ដោយមិនទាន់មានការថមថយឡើយ។
- លោកបន្តថា: ប្រទេសថៃ🇹🇭និងស្វែងរកសន្តិភាព ប្រកបដោយចីរភាព និងសន្តិសុខផ្អែកលើសុវត្ថិភាព របស់ប្រជាជនថៃ ប៉ុន្តែការធ្វើនេះគឺផ្អែកទៅលើភាគីកម្ពុជា🇰🇭បានគោរព និងយល់ព្រមតាមលក្ខខណ្ឌចំនួន៣ជាមុនសិន:
- ទី១. កម្ពុជាត្រូវប្រកាសបទឈប់បាញ់ជាមុនសិន។
- ទី២. បទឈប់បាញ់ធ្វើឡើង ដោយអនុវត្តជាក់ស្ដែង។
- ទី៣. កម្ពុជាត្រូវធ្វើកិច្ចសហប្រតិបត្តិការយ៉ាងពិតប្រាកដ និងដោយស្មោះត្រង់លើការបោសសម្អាតមីនតាមបណ្តោយព្រំដែន៕
- បច្ចុប្បន្ននេះ ស្ថានការណ៍ព្រំដែនថៃ-កម្ពុជា កំពុងតែតានតឹងពីមួយថ្ងៃទៅមួយថ្ងៃ ដោយមិនទាន់មានការថមថយឡើយ។
- លោកបន្តថា: ប្រទេសថៃ🇹🇭និងស្វែងរកសន្តិភាព ប្រកបដោយចីរភាព និងសន្តិសុខផ្អែកលើសុវត្ថិភាព របស់ប្រជាជនថៃ ប៉ុន្តែការធ្វើនេះគឺផ្អែកទៅលើភាគីកម្ពុជា🇰🇭បានគោរព និងយល់ព្រមតាមលក្ខខណ្ឌចំនួន៣ជាមុនសិន:
- ទី១. កម្ពុជាត្រូវប្រកាសបទឈប់បាញ់ជាមុនសិន។
- ទី២. បទឈប់បាញ់ធ្វើឡើង ដោយអនុវត្តជាក់ស្ដែង។
- ទី៣. កម្ពុជាត្រូវធ្វើកិច្ចសហប្រតិបត្តិការយ៉ាងពិតប្រាកដ និងដោយស្មោះត្រង់លើការបោសសម្អាតមីនតាមបណ្តោយព្រំដែន៕
🤣10😁3
រដ្ឋបាលក្រុងប៉ោយប៉ែត សូមច្រានចោល និងបដិសេធទាំងស្រុង ចំពោះការផ្សព្វផ្សាយព័ត៌មានរបស់បណ្ដាញសង្គមថៃដែលបានលើកឡើងថា÷ "មានការចល័ត កងទ័ពចូលភូមិសាស្ត្រក្រុងប៉ោយប៉ែត និងនាំចូលសព្វាវុធធុនធ្ងន់នានាជាដើម" ។
សូមជម្រាបជូនសាធារណជន ពិសេសបណ្ដាញសារព័ត៌មានជាតិ និងអន្តរជាតិមេត្តាជ្រាបថា ក្រុងប៉ោយប៉ែតជាមជ្ឈមណ្ឌលពាណិជ្ជកម្ម មានពាណិជ្ជករ អាជីវករ កំពុងប្រតិបត្តិការអាជីវកម្ម លក់-ដូរ យ៉ាងមមាញឹក ដែលមានបងប្អូនចំរុះជាតិសាសន៍ រួមទាំងជនជាតិថៃផងដែរ។
អាស្រ័យហេតុនេះសូមសាធារណជន និងបណ្ដាញព័ត៌មានជាតិ-អន្តរជាតិមេត្តាជ្រាប។
ប៉ោយប៉ែត,ថ្ងៃទី ១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥
សូមជម្រាបជូនសាធារណជន ពិសេសបណ្ដាញសារព័ត៌មានជាតិ និងអន្តរជាតិមេត្តាជ្រាបថា ក្រុងប៉ោយប៉ែតជាមជ្ឈមណ្ឌលពាណិជ្ជកម្ម មានពាណិជ្ជករ អាជីវករ កំពុងប្រតិបត្តិការអាជីវកម្ម លក់-ដូរ យ៉ាងមមាញឹក ដែលមានបងប្អូនចំរុះជាតិសាសន៍ រួមទាំងជនជាតិថៃផងដែរ។
អាស្រ័យហេតុនេះសូមសាធារណជន និងបណ្ដាញព័ត៌មានជាតិ-អន្តរជាតិមេត្តាជ្រាប។
ប៉ោយប៉ែត,ថ្ងៃទី ១៧ ខែធ្នូ ឆ្នាំ២០២៥
❤2